เข้าใจจุดเริ่มต้น
เงา ร่องลึก และอาการบวมอาจดูคล้ายกันแต่ต้องประเมินต่างกัน ควรดูรอยต่อใต้ตากับแก้มร่วมกัน
สิ่งที่กังวลฟิลเลอร์ใต้ตา · กรุงเทพฯ
สำรวจฟิลเลอร์ใต้ตาที่ MICHIKO กรุงเทพฯ เริ่มจากประเมินความลึก เงา และความบวม ก่อนพูดคุยว่าฟิลเลอร์ HA เหมาะกับการดูแลของคุณหรือไม่
แนวทางของ MICHIKO
บริเวณใต้ตาที่ดูเหนื่อยล้าอาจมีหลายปัจจัย เล่าสิ่งที่สังเกตในแสงต่าง ๆ การเปลี่ยนแปลงระหว่างวัน และหัตถการที่ผ่านมา การปรึกษาควรแยกเรื่องสีผิว รูปทรง และความบวมก่อนพิจารณาฟิลเลอร์
เข้าใจส่วนที่เชื่อมโยงกัน
เมื่อเข้าใจมากขึ้น
ก็พูดคุยเรื่องการดูแลได้ตรงกับคุณ
ภาพประกอบบริเวณที่ประเมิน · ต้องประเมินเฉพาะบุคคล
เงา ร่องลึก และอาการบวมอาจดูคล้ายกันแต่ต้องประเมินต่างกัน ควรดูรอยต่อใต้ตากับแก้มร่วมกัน
สิ่งที่กังวลเล่าสิ่งที่เปลี่ยนและสิ่งที่อยากคงไว้ให้หมอกิ๊ฟและทีมแพทย์ฟัง การตรวจจะดูเนื้อเยื่อ การขยับ และประวัติหัตถการ
ส่วนที่เชื่อมโยงถามสิ่งที่หัตถการอาจช่วยได้ ข้อจำกัด และการติดตามผล การเลือกให้เวลากับการตัดสินใจก็เป็นทางเลือก
แผนเฉพาะคุณเรื่องราวการดูแลผู้รับบริการ
MICHIKO ประเมินร่องใต้ตาควบคู่กับการพยุงบริเวณรอบข้าง เคสนี้วางแผนฟิลเลอร์ปรับรูปหน้าร่วมกับใต้ตา 4 cc เพื่อให้รอยต่อใต้ตาดูนุ่มนวลและต่อเนื่องกับใบหน้ามากขึ้น
ดูเรื่องราวและภาพเคสทั้งหมดเริ่มจากสิ่งที่คุณสังเกต
เลือกเรื่องที่ใกล้เคียงกับความกังวลของคุณ หัวข้อเหล่านี้เป็นจุดเริ่มต้นในการปรึกษา ไม่ใช่การวินิจฉัย

เล่าบริเวณที่ดูลึกหรือเป็นเงาและช่วงที่สังเกตชัด แพทย์ประเมินเปลือกตาล่างร่วมกับแก้มก่อนพูดคุยเรื่องความเหมาะสมของฟิลเลอร์
ทำความเข้าใจทางเลือก
ชี้บริเวณสีผิวหรือผิวสัมผัสที่กังวล ฟิลเลอร์ไม่ใช่คำตอบสำหรับใต้ตาคล้ำทุกแบบ แพทย์อาจแนะนำแนวทางอื่น
ทำความเข้าใจทางเลือก
แจ้งเรื่องความบวม ก้อน และประวัติฉีดก่อนพิจารณาเติมเพิ่ม นำชื่อผลิตภัณฑ์และวันที่ทำมาเท่าที่มี
ทำความเข้าใจทางเลือกก่อนตัดสินใจ
การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา คือการนำสาร Hyaluronic Acid ฉีดเข้าไปบริเวณเนื้อเยื่อใต้ตา โดยคุณหมอจะพิจารณาโครงสร้างของกายวิภาคเดิม ทั้งชั้นกระดูก ไขมันชั้นลึก และไขมันชั้นตื้น เพื่อวางแผนให้เหมาะกับปัญหาของแต่ละคนค่ะ
ความงาม (Aesthetics)
ปัญหาใต้ตาลึก คล้ำ ดูเหนื่อยโทรม สามารถเกิดได้จาก 5 สาเหตุหลัก ได้แก่ เรื่องของกรรมพันธุ์ ปัญหาภูมิแพ้ การใช้เครื่องสำอาง โครงสร้างเดิมจากพ่อแม่และอายุที่เพิ่มขึ้น และปัญหาหลอดเลือดดำบริเวณรอบดวงตา โดยคุณหมอจะประเมินสาเหตุของแต่ละคนก่อนแนะนำการดูแลค่ะ
สำหรับการรักษาในเรื่องของเม็ดสีใต้ตานั้น เราจำเป็นต้องกำจัดสาเหตุที่ทำให้ใต้ตาดำคล้ำก่อนเป็นอันดับแรก เช่น ลดการขยี้ตาเพื่อลดการอักเสบของผิวหนัง งดการเช็ดเครื่องสำอางบริเวณรอบดวงตาแรงๆ นอกจากนี้เรายังสามารถใช้หัตถการต่างๆ เข้าช่วยได้ เช่น ใช้เลเซอร์เพื่อลดความดำคล้ำใต้ตา หรือใช้ครีมทารอบดวงตาที่เหมาะสมค่ะ
การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาเหมาะกับผู้ที่มีปัญหาใต้ตาลึก ผู้ที่รู้สึกว่าตนเองดูเหนื่อยโทรม และผู้ที่มีปัญหาร่องหักหน้าแก้มหรือแอ่งเว้าลึกบริเวณใต้ตา โดยที่คุณหมอจะเป็นผู้แนะนำตัวยาฟิลเลอร์ ยี่ห้อและรุ่นที่เหมาะสมในการแก้ไขให้อย่างตรงจุดที่สุดค่ะ ควรแจ้งประวัติแพ้สาร Hyaluronic Acid การตั้งครรภ์ และสารที่เคยฉีดมาก่อนทุกครั้ง
เรื่องนี้จะขึ้นอยู่กับขนาดของถุงใต้ตาค่ะ ทั้งนี้จำเป็นต้องให้คุณหมอช่วยทำการประเมินก่อนการฉีดฟิลเลอร์ทุกครั้งนะคะ ว่าสามารถแก้ไขถุงใต้ตาได้ในระดับใด ที่ MICHIKO Clinic นั้นคุณหมอจะทำการวิเคราะห์โครงสร้างใบหน้าก่อนเสมอ และจะทดสอบการขยับของกล้ามเนื้อตาในการมองบน มองตรง และยิ้มค่ะ
การฉีดไขมันเป็นการปลูกถ่ายเนื้อเยื่อ โดยนำเซลล์ไขมันจากบริเวณหนึ่งไปปลูกถ่ายในอีกบริเวณหนึ่ง ส่วนการฉีดฟิลเลอร์เป็นการใช้สาร Hyaluronic Acid เพื่อเติมเต็มบริเวณที่เหมาะสม หากมีถุงใต้ตาขนาดใหญ่หรือผิวหย่อนคล้อยมาก อาจต้องพิจารณาการผ่าตัดร่วมด้วย คุณหมอจะช่วยประเมินทางเลือกให้เหมาะกับแต่ละคนค่ะ
MICHIKO · ชมวิดีโอและทำความเข้าใจ
ชมวิดีโอจากคลินิก และนำคำถามมาพูดคุยกับทีมแพทย์ ประสบการณ์แต่ละคนไม่ได้รับประกันผลลัพธ์ของคุณ
ดูแลตัวเองอย่างไร
คำแนะนำการเตรียมตัวและดูแลหลังทำจากคลินิก จัดให้อ่านได้ง่าย โดยแพทย์อาจปรับคำแนะนำให้เหมาะกับแต่ละบุคคล
แจ้งยาและวิตามินที่ใช้อยู่ เช่น แอสไพริน ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs น้ำมันปลา วิตามินอี และสมุนไพร โดยคู่มือคลินิกแนะนำให้ทบทวนก่อนทำประมาณ 1 สัปดาห์ และควรปรึกษาแพทย์ก่อนหยุดยานั้นๆ ไม่หยุดยาประจำเอง
หากมีโรคประจำตัว หรือมียาที่รับประทานเป็นประจำ ควรเตรียมข้อมูลเพื่อแจ้งแพทย์ก่อนทำหัตถการ รวมถึงการแพ้ยา การตั้งครรภ์ การให้นมบุตร และหัตถการเดิม
ควรงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 24 ชั่วโมงก่อนมาทำหัตถการ ทำความสะอาดใบหน้า และเตรียมคำถามที่ต้องการปรึกษาคุณหมอ
เตรียมตัวก่อนฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาต้องทำอย่างไร?
อย่างที่ทราบกันดีว่า การฉีดฟิลเลอร์นั้นปลอดภัย และไม่จำเป็นต้องเตรียมตัวมากเป็นพิเศษ เพียงแต่ก่อนการฉีดทุกครั้ง คุณจำเป็นต้องรับคำปรึกษา วิเคราะห์ใบหน้าจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และมีประสบการณ์ เพื่อความปลอดภัยและได้ผลลัพธ์ที่ต้องตามต้องการของคุณที่สุดนะคะ
โดยสิ่งที่คุณควรทำก่อนฉีดฟิลเลอร์ใต้ตามีดังนี้
ควรงดยาแก้ปวด ยาแอสไพริน หรือ NSIADs เช่น Ibruprofen, Diclofenac, Ponstan และควรปรึกษาแพทย์ก่อนหยุดยานั้นๆ
ควรงดวิตามินจำพวกเพิ่มการไหลเวียนของเลือด วิตามินที่ละลายในไขมันต่างๆ รวมถึงวิตามินที่อยู่ในเม็ด Soft gel และกลุ่มสมุนไพรต่างๆ เช่น Grape seed, Gingko biloba, Evening primrose oil, Fish oil, Vitamin E, Collagen เป็นต้น
ต้องไม่ได้อยู่ในภาวะตั้งครรภ์ ไม่มีโรคประจำตัวร้ายแรง หรือหากมีโรคประจำตัวจะต้องแจ้งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนการทำหัตถการทุกครั้ง โดยผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น ความดันโลหิตสูง ควรรับประทานยาก่อนมาทำหัตถการ เป็นต้น
งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และงดกิจกรรมที่ทำให้เลือดสูบฉีด 24 ชั่วโมงก่อนการทำหัตถการ
อาการบวม เขียว ช้ำ อาจเกิดขึ้นได้ ประคบเย็นเพื่อลดอาการบวมช้ำใน 48 ชั่วโมงแรกหลังการทำหัตถการ โดยห่อผ้าและไม่กดแรง หากอาการดังกล่าวมีมากขึ้นให้ติดต่อคลินิกโดยทันที
ระมัดระวังการกระทบกระแทก การเคลื่อนไหว และการขยับใบหน้าแรง ๆ ในช่วง 1–2 สัปดาห์แรก
งดนวดหน้า ขัดหน้า ทำทรีทเมนต์ เป็นระยะเวลาอย่างน้อย 2 สัปดาห์ และปรึกษาแพทย์ก่อนนัดหัตถการอื่น
หลีกเลี่ยงความร้อน เช่น การทำเลเซอร์ใบหน้า การอบไอน้ำ อบซาวน่า แช่ออนเซ็น เป็นเวลา 2–4 สัปดาห์ หรือตามที่แพทย์แนะนำ
คู่มือคลินิกแนะนำงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ของดิบ และของหมักดอง 2 สัปดาห์ หากทำไม่ได้ควรงดอย่างน้อย 48 ชั่วโมง โดยให้ยึดคำแนะนำเฉพาะบุคคลจากแพทย์ หากปวดรุนแรงผิดปกติ การมองเห็นเปลี่ยน หรือผิวซีดคล้ำ ควรรับการดูแลทันที
ก่อนตัดสินใจ
แผนที่เสนอมีเป้าหมายปรับอะไร และสิ่งใดจะยังคงเดิม?
พิจารณาผลิตภัณฑ์ ปริมาณ และทางเลือกใดบ้าง? สอบถามค่าใช้จ่ายรวมก่อนทำ
แพทย์จะติดตามผลเมื่อใด และควรติดต่อใครหากมีข้อกังวล?
ตัวอย่างที่ใกล้เคียงกับคุณ
เล่าความกังวลเกี่ยวกับร่องลึก ความคล้ำ ความบวม หรือฟิลเลอร์เดิม ทีมงานยินดีแบ่งปันตัวอย่างและอธิบายการดูแลในเคสที่เกี่ยวข้องค่ะ
พูดคุยเรื่องที่คุณกังวลภาพเคสจาก MICHIKO
ชมภาพเคสฟิลเลอร์ใต้ตาต้นฉบับจาก MICHIKO บางเคสมีการดูแลบริเวณอื่นร่วมด้วย รายละเอียดอยู่ในภาพต้นฉบับ เปิดภาพเพื่อดูทุกมุมและข้อความประกอบ ผลลัพธ์แตกต่างกันในแต่ละบุคคล
สอบถามเคสที่ใกล้เคียงกับคุณภาพแสดงประสบการณ์เฉพาะบุคคลและไม่ได้รับประกันผลลัพธ์
SUCCESS STORIES · MICHIKO
คงภาพเคสต้นฉบับพร้อมชื่อหัตถการและเวลาที่ระบุ หากทำหลายหัตถการควรดูประกอบกัน ผลลัพธ์แตกต่างกันในแต่ละบุคคล
เข้าใจให้มากขึ้น · MICHIKO
ทำความเข้าใจฟิลเลอร์ใต้ตาจากคำถามที่สำคัญกับคุณ
เลือกเรื่องที่สนใจ หรือเลื่อนอ่านต่อได้
สาเหตุและแนวทางดูแล
การ ฉีดฟิลเลอร์บริเวณใต้ตา คือการนำสาร Hyaluronic Acid ซึ่งเป็นสารที่ใกล้เคียงกับผิวหนังของมนุษย์มากที่สุด ฉีดเข้าไปบริเวณเนื้อเยื่อใต้ตา โดยสาร Hyaluronic Acid นี้ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย สามารถเสื่อมสลายได้ไปเองตามธรรมชาติ โดยใช้ระยะเวลา 6 เดือนถึง 24 เดือนขึ้นอยู่กับรุ่นและโมเลกุลของฟิลเลอร์ค่ะ
ปัญหาใต้ตาลึก คล้ำ ดูเหนื่อยโทรม เกิดจากอะไร?
ปัญหาใต้ตาลึก คล้ำ ดูเหนื่อยโทรม สามารถเกิดได้จาก 5 สาเหตุหลัก ได้แก่
เรื่องของกรรมพันธุ์ : ชาวตะวันออกกลาง ชาวอินเดีย หรือชาวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ ชาวอินโดนีเชีย ชาวฟิลิปปินส์ เป็นต้น มักจะมีเบ้าตาลึกและมีเม็ดสีคล้ำใต้ดวงตามากกว่าเชื้อชาติอื่นๆ
2. เกิดจากปัญหาภูมิแพ้ : ทำให้เกิดการระคายเคืองโดยรอบดวงตาและคันตา จึงมีการขยี้ตาบ่อยครั้ง ส่งผลให้ผิวหนังอักเสบ และเกิดสีคล้ำตามมาได้
3. การใช้เครื่องสำอาง : จำพวกการใช้คอนซีลเลอร์รอบดวงตา ทำให้ต้องมีการเช็ดถูตาในช่วงที่ล้างเครื่องสำอางอยู่เป็นประจำ ส่งผลให้ผิวหนังบริเวณรอบดวงตามีการอักเสบเกิดขึ้นจึงทำให้ผิวหนังมีสีเข้มและคล้ำตามมาได้เช่นเดียวกัน
4. โครงสร้างเดิมจากพ่อแม่และอายุที่เพิ่มขึ้น : สาเหตุที่สำคัญของปัญหาความเหนื่อยโทรมบนใบหน้า ได้แก่ ปัญหาเบ้าตาลึก เกิดได้จากปัญหาสองส่วนหลัก คือ โครงสร้างของกระดูกที่ทรุดตัวลง (Bone loss) และไขมันชั้นตื้นที่ยุบตัวหายไป (Fat loss) ซึ่งเกิดจากโครงสร้างของกายวิภาค (Anatomy) เดิม, กรรมพันธุ์, และอายุที่เพิ่มมากขึ้นด้วย
5. ปัญหาหลอดเลือดดำบริเวณรอบดวงตามีการขยายตัว หรือมีการคั่งของเลือดดำเกิดขึ้น : สาเหตุนี้มักจะมาจากภาวะการอดนอน และการพักผ่อนไม่เพียงพอ โดยการรักษานั้น ควรเริ่มจากการนอนพักผ่อนให้เพียงพอ และเรายังสามารถใช้ฟิลเลอร์ฉีดบริเวณใต้ตา เพื่อช่วยลดการสะท้อนของเม็ดสีบริเวณรอบดวงตา ลดปัญหาใต้ตาคล้ำ โดยที่แม้เราจะอดนอนแค่ไหน ใต้ตาเราก็ไม่หวั่นยังใสปิ๊งได้ตลอดเลยค่ะ
สำหรับการรักษาในเรื่องของเม็ดสีใต้ตานั้น เราจำเป็นต้องกำจัดสาเหตุที่ทำให้ใต้ตาดำคล้ำก่อนเป็นอันดับแรก เช่น ลดการขยี้ตาเพื่อลดการอักเสบของผิวหนัง งดการเช็ดเครื่องสำอางบริเวณรอบดวงตาแรงๆ นอกจากนี้เรายังสามารถใช้หัตถการต่างๆ เข้าช่วยได้ เช่น
ใช้เลเซอร์เพื่อลดความดำคล้ำใต้ตา หรือ
ใช้ครีมทารอบดวงตาที่มีส่วนประกอบของสารไวท์เทนนิ่งเพื่อช่วยลดการทำงานของเม็ดสีทำให้ผิวหนังใต้ตาขาวกระจ่างใสขึ้นได้
แต่หากต้องการให้ใต้ตาที่หมองคล้ำดำ ขาวกระจ่างใสแบบเร่งด่วนทันทีทันใจเลยนั้น เราก็สามารถใช้ฟิลเลอร์ที่มีสารไฮยารูโรนิค ซึ่งมีโมเลกุลอุ้มน้ำฉีดเข้าไปยังโครงสร้างของกระดูกหน้าแก้ม กระดูกเบ้าตา รวมถึงชั้นไขมันใต้ตา เพื่อช่วยทำให้ลดการสะท้อนของเม็ดสีบริเวณรอบดวงตาได้ อีกทั้งยังช่วยแก้ปัญหาเบ้าตาลึกที่ทำให้ดูเหนื่อยโทรมได้อย่างตรงจุดอีกด้วยค่ะ ซึ่งจะว่าไปแล้วการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา เป็นวิธีที่ดีที่สุดและเห็นผลชัดเจนทันใจที่สุด ในการแก้ปัญหาใต้ตาค่ะ
โดยการรักษาใต้ตาลึก คล้ำ ดูเหนื่อยโทรมนั้น ถ้าหากเราใช้ฟิลเลอร์ในการแก้ไขตามโครงสร้างของกายวิภาคเดิม ให้อยู่ในรูปแบบที่ควรจะเป็นได้ ไม่ว่าจะเป็น โครงสร้างกระดูก โครงสร้างไขมันชั้นลึก และไขมันชั้นตื้นที่ยุบตัวหายไป ก็จะทำให้ช่วยลดอายุ ทำให้ดูอ่อนเยาว์ลง อีกทั้งหลังฉีดฟิลเลอร์ไปแล้วใบหน้ายังดูมีความเป็นธรรมชาติ ดูไม่โป๊ะอีกด้วยค่ะ
เคสปรับแก้ใต้ตาที่ดูเหนื่อยโทรมให้กลับมาสวยสดใสอีกครั้ง ด้วยการฉีดฟิลเลอร์เทคนิคพิเศษของคุณหมอกิ๊ฟ
การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา คือการนำสาร Hyaluronic Acid ซึ่งเป็นสารที่ใกล้เคียงกับผิวหนังของมนุษย์มากที่สุด ฉีดเข้าไปบริเวณเนื้อเยื่อใต้ตา
โดยสาร Hyaluronic Acid นี้ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย สามารถเสื่อมสลายได้ไปเองตามธรรมชาติ โดยใช้ระยะเวลา 6 เดือนถึง 24 เดือนขึ้นอยู่กับยี่ห้อ รุ่น และโมเลกุลของฟิลเลอร์ค่ะ
ในการฉีดฟิลเลอร์บริเวณใต้ตาให้ออกมาดูสวยงาม ยิ้มแล้วไม่เป็นก้อนหรือเป็นลำนั้น จะต้องฉีดตามโครงสร้างของกายวิภาคเดิมที่ควรจะเป็น ไม่ว่าจะเป็นการฉีดแก้ไขโครงสร้างชั้นกระดูก ไขมันชั้นลึก และไขมันชั้นตื้น เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติมากที่สุดค่ะ
การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาเหมาะกับ
โดยที่คุณหมอจะเป็นผู้แนะนำตัวยาฟิลเลอร์ ยี่ห้อและรุ่นที่เหมาะสมในการแก้ไขให้อย่างตรงจุดที่สุดค่ะ
การฉีดฟิลเลอร์นั้นสามารถฉีดได้ในทุกเพศทุกวัย ยกเว้นใน
หากได้รับการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาอย่างถูกต้อง คนไข้จะดูมีหน้าตาสดใสและสดชื่นมากขึ้น บริเวณใต้ตาดูไม่เหนื่อยโทรม ใต้ตาไม่ลึกไม่มีแอ่งเว้า และดูอายุอ่อนเยาว์ลงได้โดยที่ไม่ต้องเพิ่งอายครีมเลยค่ะ
แต่หากฉีดกับแพทย์ที่ยังมีประสบการณ์ไม่มากพอ อาจทำให้มีก้อนใต้ตา ยิ้มแล้วมีลักษณะของก้อนฟิลเลอร์ปูนูนขึ้น ใบหน้าดูบวมเต็ม ยิ้มแล้วแปลก ทำให้คนไข้ขาดความมั่นใจได้ค่ะ
เคสแก้ไขใต้ตาที่ดูลึก คล้ำ ทำให้ใบหน้าดูเหนื่อยล้า ดูโทรม โดยการใช้รุ่นของฟิลเลอร์ที่มีโมเลกุลแตกต่างกันไปในแต่ละจุด เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
การฉีดฟิลเลอร์นั้นคล้ายกับการฉีดยาทั่วไป อาจจะมีอาการเจ็บเล็กน้อยในขณะที่จิ้มเข็มลงบนผิวหนัง เพราะมนุษย์เรานั้นมีการรับรู้ของเส้นประสาทที่บริเวณผิวหนัง แต่เมื่อฉีดเข้าไปแล้ว จะเริ่มมีความรู้สึกชา เนื่องจากโมเลกุลของฟิลเลอร์ในปัจจุบันนั้นมียาชาผสมอยู่ จึงมีส่วนช่วยในการทำให้เจ็บน้อยลงได้ค่ะ
นอกจากนี้ เทคนิคในการฉีดฟิลเลอร์ของคุณหมอก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกันค่ะ โดยอาจารย์หมอกิ๊ฟที่ Michiko Clinic จะทำฉีดยาชาเพื่อระงับความรู้สึกที่บริเวณใต้ตาและหน้าแก้ม หลังจากนั้นจะค่อยๆ ทำการฉีดฟิลเลอร์ลงไปยังชั้นผิวหนังทีละชั้น ทำให้คนไข้รู้สึกเจ็บได้น้อยมากๆ โดยอาจารย์หมอกิ๊ฟจะค่อยฉีดๆ ด้วยความระมัดระวังเพื่อให้คนไข้เจ็บน้อยที่สุดค่ะ
ผลิตภัณฑ์และการวางแผน

เรื่องนี้จะขึ้นอยู่กับขนาดของถุงใต้ตาค่ะ โดยทั่วไปผู้ที่มีถุงใต้ตาสามารถทำการฉีดฟิลเลอร์ได้ เพื่อช่วยแก้ไขโครงสร้างความหย่อนคล้อยของไขมันชั้นลึก และแก้ไขไขมันชั้นตื้นที่เป็นปัญหาอยู่เพื่อให้ถุงใต้ตาดูเล็กลง และดูเนียนขึ้น ทั้งนี้จำเป็นต้องให้คุณหมอช่วยทำการประเมินก่อนการฉีดฟิลเลอร์ทุกครั้งนะคะ ว่าสามารถแก้ไขถุงใต้ตาได้ในระดับใด
ซึ่งหากถุงใต้ตาไม่ได้มีขนาดใหญ่มาก การฉีดฟิลเลอร์อาจทำให้ถุงใต้ตาหายไปได้เลย 100% แต่หากเป็นผู้ที่มีถุงใต้ตาค่อนข้างใหญ่ และมีอายุมากแล้ว อาจจะต้องทำการผ่าตัดถุงใต้ตาออกเสียก่อน แล้วค่อยมาแก้ด้วยการฉีดฟิลเลอร์เข้าไปเพื่อเติมเต็มบริเวณใต้ตาค่ะ
เคสแก้ไขปัญหาถุงใต้ตา ร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก และความหย่อนคล้อย ย้อนวัยให้เหมือนวัยหนุ่มอีกครั้ง
หากคุณเป็นผู้ที่มีไขมันสะสมบริเวณใต้ตาเป็นจำนวนมาก และถุงใต้ตามีขนาดค่อนข้างใหญ่ แนะนำให้ทำการผ่าตัดถุงใต้ตาออกก่อน แล้วจึงทำการฉีดฟิลเลอร์เพื่อเติมเต็มบริเวณใต้ตา แต่หากถุงใต้ตาไม่ได้ใหญ่มาก สามารถใช้การฉีดฟิลเลอร์เพื่อเสริมโครงสร้างของไขมันที่ตกห้อยลงมาได้เลยค่ะโดยการฉีดฟิลเลอร์นั้น ไม่จำเป็นต้องทำการพักฟื้น ในขณะที่การผ่าตัดถุงใต้ตา จะต้องทำการพักฟื้นประมาณ 1-3 เดือนกว่าจะเข้าที่ค่ะ
เคสการฉีดฟิลเลอร์เก็บถุงใต้ตา ปรับใต้ตาให้ดูสดใส
ลำกล้ามเนื้อใต้ตาเกิดจากอะไร? แก้ไขได้หรือไม่?
ลำกล้ามเนื้อใต้ตาโดยทั่วไปที่เป็นมาแต่กำเนิดนั้นจะเกิดจากการขยับตัวของกล้ามเนื้อ และการทำงานของเส้นเอ็นที่เกาะยึดกล้ามเนื้อรอบดวงตา โดยคุณสามารถสังเกตลำกล้ามเนื้อใต้ตาด้วยตัวเองได้ง่ายๆค่ะ หากเวลาที่คุณยิ้มแล้วเห็นเป็นก้อนๆสีดำ ขยับตามการยิ้มและหายไปเวลาหุบยิ้ม สิ่งนั้นนั่นเองที่เราเรียกว่าลำกล้ามเนื้อใต้ตาค่ะ
ซึ่งจะแตกต่างจากลำใต้ตาที่เกิดจากการฉีดฟิลเลอร์นะคะ คนที่มีลำใต้ตามาจากการฉีดฟิลเลอร์ จะมีสาเหตุมาจากการที่ฉีดฟิลเลอร์มาในปริมาณมากเกินไปหรือฉีดไม่ถูกเทคนิคทำให้ฟิลเลอร์ไปเกาะอยู่ที่เส้นเอ็นบริเวณใต้ดวงตา ทำให้เกิดเป็นก้อนนูนโดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาที่ขยับหรือแสดงสีหน้า ก้อนนูนนั้นก็จะยิ่งเป็นลำชัดขึ้น สำหรับวิธีแก้ไขนั้นจะต้องทำการฉีดสลายฟิลเลอร์ก่อน หลังจากนั้นรอระยะเวลาประมาณ 1 สัปดาห์ จึงค่อยทำการฉีดฟิลเลอร์เข้าไปใหม่เพื่อทำการแก้ไขค่ะ
กรณีลำใต้ตาที่มาจากการฉีดฟิลเลอร์นี้ แนะนำให้สลายฟิลเลอร์เดิมออกก่อนนะคะ คุณหมอจะไม่แนะนำให้ทำการฉีดฟิลเลอร์แก้ไขซ้ำลงไปในบริเวณนั้นเลย เพราะจะทำให้ไม่สามารถแก้ไขปัญหาก้อนปูดใต้ตาและตกแต่งใต้ตาให้สวยงามได้ 100% ทำให้ยังเห็นลำใต้ตาจากก้อนฟิลเลอร์เดิมได้ค่ะ นอกจากนี้บางเคสยังอาจจะต้องใช้ปริมาณฟิลเลอร์เพื่อแก้ไขใต้ตานั้นเรียบเนียน มากกว่าปริมาณที่ต้องใช้ในการฉีดฟิลเลอร์ใหม่เข้าไปอีกด้วยค่ะ
ที่ MICHIKO Clinic นั้นคุณหมอจะทำการวิเคราะห์โครงสร้างใบหน้าคนไข้ก่อนการฉีดเสมอ และจะทำการทดสอบการขยับของกล้ามเนื้อตา ในการมองบน มองตรง และยิ้ม ระหว่างการฉีดเพื่อความแม่นยำในการวางฟิลเลอร์ให้ถูกจุด และแก้ไขปัญหาของคนไข้ได้อย่างตรงจุดและมีประสิทธิภาพค่ะ
เคสแก้ฟิลเลอร์ จากการฉีดฟิลเลอร์แล้วมีปัญหายิ้มแล้วเป็นลำกล้ามเนื้อใต้ตา โดยการสลายฟิลเลอร์เดิม และฉีดแก้ไขใหม่จำนวน 2 cc
เคสแก้ไขลำกล้ามเนื้อใต้ตา ด้วยการฉีดฟิลเลอร์ปรับแก้ไขโครงสร้าง และควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อยิ้มให้ดูเนียนสวย
ซึ่งจะแตกต่างจากลำใต้ตาที่เกิดจากการฉีดฟิลเลอร์นะคะ คนที่มีลำใต้ตามาจากการฉีดฟิลเลอร์ จะมีสาเหตุมาจากการที่ฉีดฟิลเลอร์มาในปริมาณมากเกินไปหรือฉีดไม่ถูกเทคนิคทำให้ฟิลเลอร์ไปเกาะอยู่ที่เส้นเอ็นบริเวณใต้ดวงตา ทำให้เกิดเป็นก้อนนูนโดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาที่ขยับหรือแสดงสีหน้า ก้อนนูนนั้นก็จะยิ่งเป็นลำชัดขึ้น สำหรับวิธีแก้ไขนั้นจะต้องทำการฉีดสลายฟิลเลอร์ก่อน หลังจากนั้นรอระยะเวลาประมาณ 1 สัปดาห์ จึงค่อยทำการฉีดฟิลเลอร์เข้าไปใหม่เพื่อทำการแก้ไขค่ะ
กรณีลำใต้ตาที่มาจากการฉีดฟิลเลอร์นี้ แนะนำให้สลายฟิลเลอร์เดิมออกก่อนนะคะ คุณหมอจะไม่แนะนำให้ทำการฉีดฟิลเลอร์แก้ไขซ้ำลงไปในบริเวณนั้นเลย เพราะจะทำให้ไม่สามารถแก้ไขปัญหาก้อนปูดใต้ตาและตกแต่งใต้ตาให้สวยงามได้ 100% ทำให้ยังเห็นลำใต้ตาจากก้อนฟิลเลอร์เดิมได้ค่ะ นอกจากนี้บางเคสยังอาจจะต้องใช้ปริมาณฟิลเลอร์เพื่อแก้ไขใต้ตานั้นเรียบเนียน มากกว่าปริมาณที่ต้องใช้ในการฉีดฟิลเลอร์ใหม่เข้าไปอีกด้วยค่ะ
ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาอยู่ได้นานแค่ไหน?
ส่วนใหญ่ฟิลเลอร์จะอยู่ได้ตั้งแต่ 6-18 เดือน ขึ้นอยู่กับยี่ห้อ รุ่น และขนาดโมเลกุลของฟิลเลอร์ หากเป็นการแก้ไขโครงสร้างชั้นลึก โดยเฉพาะโครงสร้างกระดูกและไขมันชั้นลึก จะเป็นการใช้รุ่นฟิลเลอร์ที่มีโมเลกุลขนาดใหญ่ทำให้ฟิลเลอร์อยู่ได้นานมากกว่า รุ่นของฟิลเลอร์ที่นำมาฉีดในชั้นผิวหนังหรือชั้นไขมันชั้นตื้น นอกจากนี้โดยทั่วไปหากเป็นฟิลเลอร์ยี่ห้อของทางฝั่งยุโรปและอเมริกา จะอยู่ได้ระหว่าง 1-2 ปี แต่หากเป็นฟิลเลอร์ของทางเกาหลีจะอยู่ได้ประมาณ 6 เดือนค่ะ
ปัจจัยเรื่องระยะเวลาการอยู่นานของฟิลเลอร์ที่สำคัญอีกหนึ่งอย่างคือ เทคนิคการฉีดฟิลเลอร์ของคุณหมอก็มีผลต่อระยะเวลาของฟิลเลอร์ด้วยนะคะ โดยขึ้นอยู่กับว่าคุณหมอฉีดฟิลเลอร์ลงบนตำแหน่งใด หากทำการฉีดฟิลเลอร์ลงบนผิวหนังชั้นตื้นมาก ก็จะทำให้ฟิลเลอร์ถูกย่อยสลายได้อย่างรวดเร็วกว่าการฉีดฟิลเลอร์ลงในตำแหน่งชั้นลึกที่เป็นโครงสร้างของกระดูก เพราะผิวหนังชั้นตื้นนี้จะมีสารเอนไซม์ที่ชื่อ Hyaluronidase ซึ่งเป็นน้ำย่อยชนิดหนึ่งที่พบเป็นปกติในผิวหนังของมนุษย์ค่ะ
และสุดท้าย การดูแลตนเองของคนไข้ก็เป็นเรื่องสำคัญเช่นเดียวกัน โดยผู้ที่โดนความร้อนเยอะ ออกแดดเยอะ ไม่ว่าจะเป็นการเข้าซาวน่า อบไอน้ำ ออกกำลังกายหนักบ่อยๆ ต้องทำงานหรือประกอบอาหารหน้าเตาบ่อยๆ หรือใช้เลเซอร์ที่มีความร้อนอยู่เป็นประจำ เป็นต้น โดยสิ่งเหล่านี้จะทำให้ฟิลเลอร์สามารถสลายได้เร็วกว่าคนปกติทั่วไปค่ะ
ที่ MICHIKO Clinic นั้นคุณหมอจะทำการวิเคราะห์โครงสร้างใบหน้าคนไข้ก่อนการฉีดเสมอ และจะทำการทดสอบการขยับของกล้ามเนื้อตา ในการมองบน มองตรง และยิ้ม ระหว่างการฉีดเพื่อความแม่นยำในการวางฟิลเลอร์ให้ถูกจุด และแก้ไขปัญหาของคนไข้ได้อย่างตรงจุดและมีประสิทธิภาพค่ะ
เคสแก้ฟิลเลอร์ จากการฉีดฟิลเลอร์แล้วมีปัญหายิ้มแล้วเป็นลำกล้ามเนื้อใต้ตา โดยการสลายฟิลเลอร์เดิม และฉีดแก้ไขใหม่จำนวน 2 cc
เคสแก้ไขลำกล้ามเนื้อใต้ตา ด้วยการฉีดฟิลเลอร์ปรับแก้ไขโครงสร้าง และควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อยิ้มให้ดูเนียนสวย
รีวิวการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ที่ MICHIKO Clinic
[รีวิว] การแก้ไขลำกล้ามเนื้อใต้ตา ด้วยการฉีดฟิลเลอร์ปรับแก้ไขโครงสร้าง
[รีวิว] ฟิลเลอร์ใต้ตา ที่เน้นการแก้ปัญหาจากชั้นโครงสร้าง
เนื่องจากใต้ตาของแต่ละคนนั้นมีความลึกตื้นหรือคล้ำไม่เท่ากัน จึงจะต้องใช้ปริมาณฟิลเลอร์ที่แตกต่างกันไป โดย 2 ซีซีคือจำนวนขั้นต่ำที่ทาง MICHIKO Clinic แนะนำสำหรับการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนที่สุดค่ะ โดยการเลือกใช้ยี่ห้อและรุ่นของฟิลเลอร์จะขึ้นอยู่กับปัญหาบริเวณใต้ตาเป็นหลัก
หากเป็นการแก้ไขความคล้ำใต้ตานั้น MICHIKO Clinic จะเลือกใช้
โดยหากคุณต้องการแก้ไขความคล้ำเพียงเล็กน้อย ไม่ลึกมากที่บริเวณใต้ตา สามารถใช้ฟิลเลอร์เพียง 1 ซีซีแก้ไขได้ค่ะ แต่หากบริเวณใต้ตาของคุณทั้งคล้ำและลึก จำเป็นที่จะต้องใช้ฟิลเลอร์ตัวอื่น ๆ ในการฉีดโครงสร้างกระดูกร่วมด้วย เพื่อแก้ไขในเรื่องความลึก
ความเสี่ยงและข้อควรระวัง

“การฉีดไขมัน” เรียกได้ว่าเป็นการปลูกถ่ายเนื้อเยื่ออย่างหนึ่ง เป็นการนำเซลล์ไขมันจากบริเวณหนึ่ง ย้ายไปปลูกถ่ายในอีกบริเวณหนึ่ง โดยจะเป็นการดูดเอาไขมันออกมาจากบริเวณใดบริเวณหนึ่งของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็น บริเวณท้องแขน ต้นแขน หน้าท้อง และต้นขา และเมื่อได้ไขมันมาแล้ว จะทำการปั่นแยก เพื่อให้ได้ไขมันที่จะนำมาฉีดบริเวณใบหน้า ซึ่งจะมีลักษณะเป็นของเหลว ไม่เป็นเนื้อเจลเหมือนเช่นดังฟิลเลอร์ ทำให้ไม่สามารถเซตตัวและตั้งโครงได้อย่างฟิลเลอร์ อีกทั้งของเหลวไขมันที่ได้มานี้สามารถฉีดเข้าไปแก้ไขได้แค่ในชั้นไขมันบนใบหน้าเท่านั้น ไม่สามารถฉีดเข้าไปเพื่อปรับแก้ไขโครงสร้างในชั้นกระดูก และยังไม่สามารถทำการเซตให้เป็นไขมันชั้นลึก หรือไขมันชั้นตื้นได้เหมือนกับการฉีดฟิลเลอร์ด้วยค่ะ
สิ่งที่น่าสนใจของคนไข้คือ การฉีดไขมันมักจะมีราคาถูกกว่าการฉีดฟิลเลอร์ เพราะเป็นการดึงไขมันออกมาจากร่างกายของตนเอง และสามารถดึงออกมาได้ในจำนวนมากต่อการทำหนึ่งครั้ง ทำให้สามารถฉีดได้หลายจุด รวมถึงไม่มีต้นทุนค่ายาอีกด้วย
“การฉีดฟิลเลอร์” เป็นการนำสาร Hyaluronic Acids มาแก้ไขปัญหาความลึกคล้ำของใต้ตาที่เกิดจากสาเหตุโครงสร้างกระดูกและชั้นไขมันใต้ตา ทรุดจากกรรมพันธุ์หรือทรุดตามอายุ โดยโมเลกุลของเนื้อฟิลเลอร์จะมีหลายแบบตั้งแต่แข็ง จนถึง แข็งมาก และนิ่ม จนถึง นิ่มมาก จึงทำให้แพทย์สามารถเลือกฟิลเลอร์เพื่อนำไปแก้ปัญหาชั้นโครงสร้างใต้ผิวได้หลายชั้น
บริเวณใต้ตานั้นเป็นจุดที่อันตรายที่สุด เนื่องจากมีจุดรวมของเส้นเลือดและเส้นประสาทอยู่ค่อนข้างเยอะ หากแพทย์ผู้ฉีดไม่รู้จักโครงสร้างกายวิภาคของใบหน้าอย่างดีเพียงพอ อาจทำให้ฉีดผิดพลาดเข้าเส้นเลือดได้ และส่งผลให้เกิดการอุดตันของเส้นเลือด เกิดเนื้อตาย เนื้อเน่า และตาบอดได้ ดังนั้นการฉีดฟิลเลอร์นั้นจึงต้องอาศัยความระมัดระวังเป็นพิเศษและต้องค่อยๆทำด้วยความประณีตมากๆเลยค่ะ
แต่หากการฉีดฟิลเลอร์นี้ทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ มีประสบการณ์ มีใช้เทคนิคในการฉีดที่ถูกต้อง แพทย์มีการอัพเดทความรู้ใหม่ๆอยู่อย่างสม่ำเสมอ จะทำให้การฉีดฟิลเลอร์นั้นเป็นเรื่องที่ปลอดภัยมาก การที่แพทย์ผู้ฉีดเชี่ยวชาญในเรื่องกายวิภาคบนใบหน้านี้เป็นเรื่องที่สำคัญมากๆเลยนะคะ เพราะมนุษย์แต่ละคนนั้นอาจจะมีโครงสร้างและมีเส้นเลือดที่วางแตกต่างกันได้ แพทย์จึงจำเป็นต้องรู้จักเรื่องโครงสร้างของกายวิภาคบนใบหน้าเป็นอย่างดี เนื่องจากที่จริงแล้วการการฉีดฟิลเลอร์นั้นเป็นการฉีดแบบ Blind technique คือคาดการณ์ว่าจะฉีดใบหน้าคนไข้อย่างไรให้ดูสวยงาม โดยอ้างอิงจากโครงสร้างทางกายวิภาคในทางทฤษฎีร่วมกับการใช้ประสบการณ์เฉพาะของแพทย์นั้นๆ ค่ะ นอกจากนี้ฟิลเลอร์ที่เป็นสาร Hyaluronic acid สามารถสลายตัวไปได้เองตามธรรมชาติ หากเราเลือกผลิตภัณฑ์ฟิลเลอร์ที่ได้มาตรฐาน ผ่านอ.ย. แพทย์ผู้ฉีดมีประสบการณ์มากเพียงพอ การฉีดฟิลเลอร์จัดว่าเป็นเรื่องที่ปลอดภัยนะคะ
ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาแล้วบวมเป็นก้อน เกิดจากอะไร?
การฉีดฟิลเลอร์ที่บริเวณใต้ตาแล้วเกิดการบวมเป็นก้อนนั้น เกิดได้จากสาเหตุ 2 ประการ คือ
1. เทคนิคการฉีดของแพทย์ เช่น ฉีดไม่ถูกชั้นโครงสร้างของใบหน้า หรือฉีดแล้วมีฟิลเลอร์ปริมาณมากไปเกาะที่เส้นเอ็นของลำกล้ามเนื้อใต้ตา (Orbitomalar Ligament และ Zygomatico-cutaneous Ligament) ซึ่งฟิลเลอร์ที่ไปเกาะกับเส้นเอ็นนั้น หากมีการยิ้มหรือขยับใบหน้า ก็จะเห็นเป็นก้อนฟิลเลอร์บวม นูน เป็นก้อน เป็นลำได้ค่ะ
2. การใช้รุ่นฟิลเลอร์ที่มีโครงสร้างโมเลกุลไม่เหมาะสมกับตำแหน่งฉีด เช่น การนำฟิลเลอร์ชนิดโมเลกุลใหญ่มาฉีดที่บริเวณตื้น ทำให้ฟิลเลอร์โมเลกุลใหญ่นั้นเกิดการบวมและพองออกมาเป็นก้อนได้
เคสแก้ไขลำกล้ามเนื้อใต้ตา โดยใช้ฟิลเลอร์แก้ไขโครงสร้างตั้งแต่ชั้นกระดูก ไขมันชั้นลึก และไขมันชั้นตื้น
เคสแก้ไขลำกล้ามเนื้อใต้ตา โดยใช้ฟิลเลอร์แก้ไขโครงสร้างตั้งแต่ชั้นกระดูก ไขมันชั้นลึก และไขมันชั้นตื้น
เตรียมตัวและดูแลตัวเอง

อย่างที่ทราบกันดีว่า การฉีดฟิลเลอร์นั้นปลอดภัย และไม่จำเป็นต้องเตรียมตัวมากเป็นพิเศษ เพียงแต่ก่อนการฉีดทุกครั้ง คุณจำเป็นต้องรับคำปรึกษา วิเคราะห์ใบหน้าจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และมีประสบการณ์ เพื่อความปลอดภัยและได้ผลลัพธ์ที่ต้องตามต้องการของคุณที่สุดนะคะ
สิ่งที่ควรปฏิบัติตัวหลังการฉีดฟิลเลอร์มีดังนี้
แพทย์และแนวทางของคลินิก

เนื่องจากบริเวณใต้ตา เป็นจุดที่ใกล้กับดวงตาซึ่งเป็นอวัยวะสำคัญของร่างกาย อีกทั้งยังมีความเสี่ยงในเรื่องของการฉีดเข้าเส้นเลือด ความเสี่ยงในการเกิดการอุดตันเส้นเลือด ซึ่งทำให้เนื้อตาย เนื้อเน่า และตาบอดได้ การฉีดฟิลเลอร์จึงต้องอาศัยความระมัดระวังเป็นพิเศษ
สิ่งที่สำคัญที่สุด ควรเลือกคลินิกหรือสถานประกอบการพยาบาลที่มีความน่าเชื่อถือ ได้มาตรฐานปลอดภัย ได้รับการรับรองจากกระทรวงสาธารณสุข มีแพทย์ที่มีประสบการณ์มีความชำนาญ และใช้ฟิลเลอร์แท้ผ่านอย.ที่สามารถตรวจสอบได้
MICHIKO Clinic นำโดยอาจารย์หมอกิ๊ฟ แพทย์หญิงวิสุทธิยา บุญสม แพทย์เฉพาะทางผู้มีความเชี่ยวชาญด้านการฉีดฟิลเลอร์ปรับรูปหน้าเทคนิคเฉพาะ “Oriental Lifting Technique” ในทุกเคสคุณหมอกิ๊ฟจะสอบถามความกังวล และวิเคราะห์ปัญหาของรูปหน้า มองภาพรวมของใบหน้า ดีไซน์แก้ไขโดยเน้นการปรับรูปหน้าที่ดูสวยงามเป็นธรรมชาติ และแก้ไขปัญหาในระดับโครงสร้างของใบหน้า เพื่อผลลัพธ์ที่ยั่งยืน และตรงกับความต้องการของคนไข้มากที่สุดค่ะ
อาจารย์หมอกิ๊ฟ จบการศึกษาเฉพาะทางจาก American Board of Aesthetic Medicine จากประเทศสหรัฐอเมริกา และหลักสูตรผิวหนังและเลเซอร์ผิวหนัง (Diploma Course in Dermatology and Dermatosurgery) จากสถาบันโรคผิวหนังประเทศไทย ร่วมกับมหาวิทยาลัยจุนเทนโด ประเทศญี่ปุ่น อาจารย์หมอกิ๊ฟมีประสบการณ์ด้านความงาม เคยประจำอยู่ที่โรงพยาบาล และคลินิกชั้นนำมามากกว่า 13 ปี ดูแลคนไข้มามากกว่า 13,000 เคส คุณหมอมีความใส่ใจและดูแลคนไข้ทุกคนเป็นอย่างดี คุณหมอตั้งใจในการเลือกผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่ดีที่สุด เพื่อนำเข้ามาใช้ในคลินิกเป็นอย่างมาก ทุกๆผลิตภัณฑ์ จะต้องได้มาตรฐาน เห็นผลลัพธ์ที่ดี และที่สำคัญคือมีความปลอดภัย
หลักการดูแลคนไข้ที่คุณหมอกิ๊ฟมักจะพูดอยู่เสมอ คือ “หมอตั้งใจดูแลคนไข้ทุกคนให้เหมือนกับที่หมอดูแลตัวเองและคนในครอบครัวที่หมอรัก สิ่งใดที่หมอคิดว่าดีกับตัวเอง คนไข้ของหมอก็จะต้องได้รับสิ่งนั้นเช่นเดียวกันค่ะ”

WHY MICHIKO
คุณหมอกิ๊ฟและทีมแพทย์ MICHIKO ประเมินทั้งร่องใต้ตา ผิว ความบวม และโครงสร้างหน้าแก้มร่วมกัน รวมถึงประวัติหัตถการและการขยับรอบดวงตาเมื่อยิ้มค่ะ
เล่าเรื่องราวของคุณ และสอบถามว่าแผนที่เสนอเหมาะกับจุดเริ่มต้นของคุณอย่างไร
พูดคุยถึงทางเลือก ข้อจำกัด และการติดตามผลกับทีมแพทย์
ก่อนเข้ารับบริการ
ไม่ได้ สีผิว ความลึก และความบวมอาจต้องดูแลต่างกัน แพทย์ควรอธิบายว่าแผนที่เสนอช่วยเรื่องใด
ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา หรือ ฉีดไขมันใต้ตา? วิธีใดอันตรายกว่ากัน?
“การฉีดไขมัน” เรียกได้ว่าเป็นการปลูกถ่ายเนื้อเยื่ออย่างหนึ่ง เป็นการนำเซลล์ไขมันจากบริเวณหนึ่ง ย้ายไปปลูกถ่ายในอีกบริเวณหนึ่ง โดยจะเป็นการดูดเอาไขมันออกมาจากบริเวณใดบริเวณหนึ่งของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็น บริเวณท้องแขน ต้นแขน หน้าท้อง และต้นขา และเมื่อได้ไขมันมาแล้ว จะทำการปั่นแยก เพื่อให้ได้ไขมันที่จะนำมาฉีดบริเวณใบหน้า ซึ่งจะมีลักษณะเป็นของเหลว ไม่เป็นเนื้อเจลเหมือนเช่นดังฟิลเลอร์ ทำให้ไม่สามารถเซตตัวและตั้งโครงได้อย่างฟิลเลอร์ อีกทั้งของเหลวไขมันที่ได้มานี้สามารถฉีดเข้าไปแก้ไขได้แค่ในชั้นไขมันบนใบหน้าเท่านั้น ไม่สามารถฉีดเข้าไปเพื่อปรับแก้ไขโครงสร้างในชั้นกระดูก และยังไม่สามารถทำการเซตให้เป็นไขมันชั้นลึก หรือไขมันชั้นตื้นได้เหมือนกับการฉีดฟิลเลอร์ด้วยค่ะ
สิ่งที่น่าสนใจของคนไข้คือ การฉีดไขมันมักจะมีราคาถูกกว่าการฉีดฟิลเลอร์ เพราะเป็นการดึงไขมันออกมาจากร่างกายของตนเอง และสามารถดึงออกมาได้ในจำนวนมากต่อการทำหนึ่งครั้ง ทำให้สามารถฉีดได้หลายจุด รวมถึงไม่มีต้นทุนค่ายาอีกด้วย
“การฉีดฟิลเลอร์” เป็นการนำสาร Hyaluronic Acids มาแก้ไขปัญหาความลึกคล้ำของใต้ตาที่เกิดจากสาเหตุโครงสร้างกระดูกและชั้นไขมันใต้ตา ทรุดจากกรรมพันธุ์หรือทรุดตามอายุ โดยโมเลกุลของเนื้อฟิลเลอร์จะมีหลายแบบตั้งแต่แข็ง จนถึง แข็งมาก และนิ่ม จนถึง นิ่มมาก จึงทำให้แพทย์สามารถเลือกฟิลเลอร์เพื่อนำไปแก้ปัญหาชั้นโครงสร้างใต้ผิวได้หลายชั้น
ฟิลเลอร์ใต้ตา VS. ฉีดไขมันใต้ตา
ในด้านเทคนิคการฉีด : การฉีดไขมันใต้ตาจะมีอันตรายมากกว่าการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา เนื่องจากหากเกิดเหตุการณ์ไขมันหลุดเข้าเส้นเลือด และไปอุดตันเส้นเลือดบริเวณดวงตา จะทำให้เกิดตาบอดหรือเนื้อตายในบริเวณนั้นๆอย่างทันทีได้ ซึ่งเป็นอันตรายอย่างมาก และในปัจจุบันไขมันที่เราฉีดเข้าใบหน้าไปนั้น ยังไม่มีน้ำยาหรือสารที่จะสามารถฉีดสลายไขมันออกได้อย่างทันทีภายในระยะเวลาไม่กี่นาที ในขณะเดียวกัน ถ้าหากฟิลเลอร์เข้าไปอุดตันเส้นเลือด สามารถเกิดอาการเนื้อตายได้เช่นกันค่ะ แต่เนื่องด้วยฟิลเลอร์นั้นมีน้ำยาที่สามารถสลายได้อย่างทันท่วงที หากเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน ภายในระยะวินาทีที่ฉีดน้ำยาสลายฟิลเลอร์ไปฟิลเลอร์ก็จะสลายตัวออกทันที ดังนั้นการฉีดฟิลเลอร์จึงเป็นอันตรายน้อยกว่าการฉีดไขมันบนใบหน้าค่ะ
ในด้านของความสวยงาม : การฉีดไขมันใต้ตาจะไม่สามารถแก้รอยดำคล้ำใต้ตาได้ เนื่องจากไขมันมีเนื้อสีเหลือง และโมเลกุลมีขนาดค่อนข้างใหญ่ จึงทำให้เราไม่สามารถฉีดในชั้นตื้นๆ เพื่อไปกลบความดำคล้ำของเม็ดสีใต้ตาได้ค่ะ แตกต่างจากฟิลเลอร์ที่มีโมเลกุลอุ้มน้ำสามารถทำให้เม็ดสีบริเวณใต้ตาจางลงได้
ในด้านของผลลัพธ์หลังทำ : การฉีดไขมันจะเป็นการเน้นฉีดในปริมาณที่มากกว่าความจำเป็น เนื่องจากไขมันจะมีการยุบตัวหลังทำ โดยคนไข้ต้องรอผลลัพธ์หลังการฉีด เนื่องจากจะมีเซลล์ไขมันบางส่วนตายไป ทั้งไขมันที่ฉีดเข้าไปในแต่ละจุดนั้น อาจจะเกิดปัญหาการยุบตัวหรือเซตตัวได้ไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับโครงสร้างใบหน้าของแต่ละบุคคล ทำให้อาจมองเห็นแก้มสองฝั่งยุบตัวไม่เท่ากันได้ เกิดปัญหาแก้มห้อยย้อย ใบหน้าดูบวมอิ่มจนเกินไป ดูหน้าสองข้างไม่สมดุลและไม่ได้สัดส่วนกันได้ค่ะ ยิ่งไปกว่านั้น การฉีดไขมันใต้ตา หากฉีดไม่ถูกเทคนิค ก็อาจทำให้เกิดเป็นถุงใต้ตาได้ และหากต้องการแก้ไขอาจจะต้องทำการผ่าตัดตกแต่งใต้ตาใหม่โดยการเลาะไขมันที่เป็นถุงใต้ตาออก และจากนั้นก็จำเป็นจะต้องใช้ฟิลเลอร์ฉีดเข้าไปแก้ไขใต้ตาเพิ่มเติม เนื่องจากหลังจากผ่าตัดถุงใต้ตาออกก็มักจะเกิดปัญหาตาลึกโบ๋ตามมาได้ด้วย ในขณะที่การฉีดฟิลเลอร์ หากคุณหมอฉีดถูกต้อง ใช้ฟิลเลอร์ที่ได้มาตรฐาน จะได้ผลลัพธ์ที่ดูสวยทันทีหลังทำ ทั้งการสลายตัวของฟิลเลอร์ในแต่ละจุดยังมีความเสถียรกว่าไขมัน ทำให้ไม่เกิดปัญหาการยุบตัวไม่เท่ากันของฟิลเลอร์นะคะ
ควรประเมินก่อนพิจารณาเติมเพิ่ม เล่าว่าบวมช่วงใด มีความเปลี่ยนแปลงอย่างไร และประวัติหัตถการ
ส่วนใหญ่ฟิลเลอร์จะอยู่ได้ตั้งแต่ 6–18 เดือน ขึ้นอยู่กับยี่ห้อ รุ่น และตำแหน่งที่ฉีด ระยะเวลาของแต่ละคนอาจแตกต่างกันและบางครั้งอาจอยู่นานกว่าที่คาด ควรให้แพทย์ประเมินก่อนเติมเพิ่มค่ะ
เนื่องจากใต้ตาของแต่ละคนนั้นมีความลึกตื้นหรือคล้ำไม่เท่ากัน จึงต้องใช้ปริมาณและรุ่นที่แตกต่างกันไป โดยการเลือกใช้ยี่ห้อและรุ่นของฟิลเลอร์จะขึ้นอยู่กับปัญหาบริเวณใต้ตาเป็นหลักค่ะ
วางแผนหลังการประเมิน ควรถามชื่อผลิตภัณฑ์ ปริมาณที่เสนอ ค่าใช้จ่ายรวม และค่าติดตามผลก่อนตัดสินใจ
อาจมีรอยช้ำ บวม หรือกดเจ็บ ควรสอบถามการพักฟื้นสำหรับแผนของคุณ และเผื่อเวลาก่อนงานสำคัญ
เตรียมคำถาม ประวัติสุขภาพและการแพ้ รายการยาและอาหารเสริม รวมถึงหัตถการที่ผ่านมา ไม่ควรเปลี่ยนยาที่ใช้ประจำโดยไม่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์ผู้สั่งยา
อาจมีอาการเจ็บเล็กน้อยในขณะที่จิ้มเข็มลงบนผิวหนัง โดยคุณหมอจะพูดคุยเรื่องยาชาและช่วยลดความไม่สบายระหว่างทำ หากมีอาการปวดรุนแรงหรือผิดปกติควรแจ้งแพทย์ทันทีค่ะ
ไม่ ภาพแสดงประสบการณ์เฉพาะบุคคล โครงสร้างเดิม ประวัติการรักษา และแผนที่ตกลงกันแตกต่างกัน
ติดต่อทีมงานเพื่อตรวจสอบแพทย์ โปรแกรม และเวลานัดที่สะดวก ณ สองสาขาของ MICHIKO ด้านล่าง

ก้าวต่อไปของคุณ
ส่งข้อความทาง LINE เลือกสาขาเอ็มสเฟียร์หรือพหลโยธิน 21 และแจ้งว่าอยากปรึกษาเรื่องฟิลเลอร์ใต้ตา หมอกิ๊ฟและทีมแพทย์จะประเมินใบหน้า อธิบายทางเลือก ความเสี่ยง และค่าใช้จ่าย โดยให้คุณเป็นผู้ตัดสินใจค่ะ
ข้อมูลที่ช่วยในการปรึกษา: หัตถการเดิม ยาที่ใช้อยู่ และประวัติแพ้
ความไว้วางใจที่ MICHIKO
ใบหน้าที่คุ้นเคย การดูแลเฉพาะบุคคล
























MICHIKO · BANGKOK

9/2 โครงการศุภาลัย ปาร์ค พหลโยธิน 21 ตึก 1 ถ. พหลโยธิน เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900
ส.–จ. 10:00–19:00 · อ.–พ. 11:00–20:00 · พฤ.–ศ. 10:00–19:00

EM TOWER ชั้น 7 เอ็มสเฟียร์ 628, 630 ถนนสุขุมวิท เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร 10110
ทุกวัน 11:00–20:00