ฟิลเลอร์ (Filler)

ฉีดฟิลเลอร์คาง

ข้อมูลที่ควรรู้สำหรับการฉีดฟิลเลอร์คาง :

ทำไมต้องฉีดฟิลเลอร์คาง ?

    1. สาเหตุหลักเกิดจากการที่ใบหน้าของคนเรานั้นไม่ได้สัดส่วน หรือส่วนล่างของใบหน้า (Lower Face) หรือส่วนคางสั้นกว่าปกติ ทำให้คนไข้อาจรู้สึกว่าตนเองหน้ากลม หน้าไม่เรียว เหนียงเยอะ คางสั้น หรือหน้าทู่ ซึ่งเป็นลักษณะรูปหน้าของคนเอเชียส่วนใหญ่
    2. อีกสาเหตุหนึ่งคือเมื่อเราอายุมากขึ้นโครงสร้างใบหน้าของเรานั้นก็เปลี่ยนแปลงไปด้วย เช่น กระดูกคางกรรไกรบางลง เกิดการทรุดตัวตามอายุ ทำให้คางเราดูถอย ดูสั้น กว่าตอนเด็กๆ ซึ่งการปรับแก้ให้ใบหน้าของเราดูเรียวสวยเหมือนตอนที่เรายังอายุไม่มาก จะต้องอาศัยการฉีดฟิลเลอร์ เพื่อปรับแก้ไขให้ชั้นกระดูกบริเวณ Lower face ให้หนาตัวขึ้นและได้สัดส่วนรับกับรูปหน้ามากขึ้น แล้วจึงแก้ไขต่อในชั้นไขมันตามปัญหาของคนไข้แต่ละคน ดังนั้น การฉีดฟิลเลอร์คางหรือการฉีดฟิลเลอร์แก้ไขส่วนล่างของใบหน้า (Lower Face) จะช่วยทำให้ใบหน้าโดยรวมของคนไข้ดูเข้ารูปและสมส่วนกันมากขึ้น

โดยก่อนที่คุณหมอจะฉีดฟิลเลอร์เพื่อแก้ไขบริเวณคางของคนไข้ คุณหมอจะประเมินสัดส่วนของใบหน้าของคนไข้ก่อน ซึ่งหลักๆ จะมี 3 ส่วน คือ ความกว้างหน้าผากตั้งแต่แนวเส้นไรผมจนถึงหัวคิ้ว (Upper Face) ความกว้างตั้งแต่หัวคิ้วถึงปลายจมูก (Mid Face) และความกว้างตั้งแต่บริเวณใต้จมูกถึงปลายคาง (Lower Face) 

โดยส่วนมาก คนไทยจะชอบใบหน้าที่มีลักษณะเป็นรูปไข่ ซึ่งใบหน้าที่ดูสวย ดูเป็นสาว และสมส่วน เมื่อวัดแล้วจะมีอัตราส่วน 1:1:1 หรือในบางคนที่ชอบสไตล์เกาหลีหรือชอบให้ใบหน้าดูเป็นเด็ก ไม่ค่อยดูเป็นสาวเท่าไหร่ อาจจะสามารถปรับให้ใบหน้ามีอัตราส่วน 1:1:0.8 ซึ่งบริเวณคางจะสั้นกว่าปกติเล็กน้อยได้เช่นเดียวกันค่ะ

ซึ่งในคนไข้หลายคน อาจจะไม่ทราบว่าเป็นเพราะปัญหาโครงสร้าง ที่ทำให้เราดูหน้าอ้วน หน้ากลม หน้าไม่เรียว ดูแก้มหย่อนคล้อยเยอะ และดูมีเหนียงกองใต้คาง ซึ่งการแก้ไขปลายเหตุคือการฉีดสลายไขมันหรือร้อยไหม ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาได้เพียงเล็กน้อยและอยู่ได้ในระยะเวลาเพียงสั้นๆ เท่านั้น โดยแท้จริง การแก้ไขปัญหาหน้าอ้วน หน้ากลม หน้าไม่เรียว ดูแก้มหย่อนคล้อยเยอะ และดูมีเหนียงกองใต้คาง จากสาเหตุนั้น จะต้องแก้ไขที่โครงสร้างของกระดูกที่ไม่สมส่วนหรือสั้นกว่าปกติ ซึ่งต้องใช้ฟิลเลอร์ที่มีเนื้อแข็งเข้ามาเสริมความหนาของกระดูก จะทำให้ผลลัพธ์อยู่ได้นานและได้ความเป็นธรรมชาติ ทั้งยังเป็นการแก้ไขปัญหารูปหน้าจากสาเหตุอย่างตรงจุดอีกด้วย

หลังฉีดฟิลเลอร์คาง
คางห้อย คางย้อย ก่อน-หลังแก้ไขด้วยฟิลเลอร์
ฉีดฟิลเลอร์แก้คางตัด
ฟิลเลอร์แก้ไขคางตัด

ฉีดฟิลเลอร์คาง คืออะไร ?

การฉีดฟิลเลอร์คาง คือการฉีดสารเติมเต็มที่มีชื่อว่าไฮยาลูรอนิค แอซิด (Hyaluronic Acid) หรือ HA เข้าไปบริเวณเนื้อเยื่อหุ้มกระดูกของขากรรไกรล่างและบริเวณจุดตรงกลางของคาง เพื่อแก้ไขโครงสร้างกระดูกบริเวณคาง ทำให้สัดส่วนใบหน้าดูยาวมากขึ้นและสมส่วนรับกับอวัยวะส่วนอื่นของใบหน้ามากขึ้น 

โดยสารไฮยาลูรอนิค แอซิด นี้ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย สามารถเสื่อมสลายไปได้เองตามธรรมชาติ โดยใช้ระยะเวลา 6 เดือนถึง 24 เดือนขึ้นอยู่กับรุ่นและโมเลกุลของฟิลเลอร์ค่ะ

ในการฉีดฟิลเลอร์คางให้ออกมาดูสวยงามนั้น หลังฉีดคางจะต้องไม่ยาว ไม่แหลมเป็นแม่มด ใบหน้าโดยรวมนั้นต้องสมส่วนกัน โดยเทคนิคของคุณหมอกิ๊ฟทึ่ MICHIKO Clinic นั้น จะฉีดตามโครงสร้างของกายวิภาคโดยฉีดแก้ไขตั้งแต่ชั้นโครงสร้างของกระดูก ไขมันชั้นลึก และไขมันชั้นตื้น ตามลำดับ

โดยการฉีดฟิลเลอร์คาง คุณหมอจะใช้ทฤษฎีสัดส่วนทองคำ (Golden Ratio) ด้วยการวัดใบหน้าคนไข้ด้วยความกว้างต่อความยาว เทียบอัตราส่วน 1 : 1.618 เพื่อให้ใบหน้าคนไข้ออกมาเพอร์เฟ็คและมีความสมดุลแบบหยินหยางมากที่สุด ซึ่งการฉีดฟิลเลอร์คางที่ MICHIKO Clinic นั้น คุณหมอจะดูความสัมพันธ์ของอวัยวะต่าง ๆ บนใบหน้า ทั้งความกว้างปีกจมูก สัดส่วนของปาก และดวงตา ของคนไข้แต่ละคน ซึ่งจะทำให้รูปคาง หลังฉีดฟิลเลอร์ดูไม่แปลก ไม่แหลมหรือป้านจนเกินไป แต่ดูสวยในแบบรูปหน้าของคนไข้แต่ละคนที่ไม่เหมือนกับคนอื่น

ฉีดฟิลเลอร์คาง เหมาะกับใคร และแก้ปัญหาอะไรได้บ้าง ?

การฉีดฟิลเลอร์คาง เหมาะกับคนที่อยากมีใบหน้าที่ดูเรียวสวย เป็นรูปไข ดูมีคางที่สวยและได้สัดส่วน แต่ไม่อยากผ่าตัดเสริมคาง  โดยหากแบ่งจากปัญหาโครงสร้างที่สามารถฉีดฟิลเลอร์คางปรับแก้ไขได้ สามารถแบ่งออกได้ดังนี้

    1. คนที่มีปัญหาคางสั้นเกินไป (Short and Narrow Chin) คือส่วน Lower-face หรือส่วนคางสั้นและไม่ได้สัดส่วนกับใบหน้าส่วนอื่น ๆ ทำให้รู้สึกว่าหน้าบาน หน้ากลม แก้มเยอะ หน้าไม่เรียว ไม่มีมิติ และดูไม่สมส่วน ซึ่งคางสั้นนั้นเกิดจากโครงหน้าโดยกำเนิด หรือกรรมพันธุ์ ทำให้มีลักษณะของกระดูกคางที่สั้น กรามใหญ่ เนื้อแก้มเยอะ โดยเฉพาะในหมู่คนเอเชีย ซึ่งสามารถปรับแก้ไขโดยใช้ฟิลเลอร์ได้

2. คนที่มีปัญหาคางเบี้ยว (Asymmetric chin) คางมีลักษณะเอียง หรือไม่สมมาตร ทำให้หน้าไม่ได้สัดส่วนอย่างชัดเจน ซึ่งก่อให้เกิดความไม่มั่นใจได้ โดยคางเบี้ยวมักเป็นมาตั้งแต่กำเนิด เกิดจากขากรรไกรล่างที่เอียงผิดปกติ รูปทรงของขากรรไกรมีความผิดปกติ ซึ่งส่งผลให้โครงสร้างใบหน้าส่วนล่างมีลักษณะเอียง และเกิดการเบี้ยวของคาง ซึ่งสามารถปรับแก้ไขโดยใช้ฟิลเลอร์ได้

ฉีดฟิลเลอร์คางเบี้ยว
ฉีดฟิลเลอร์คางเบี้ยว Restylane 2 cc

3. คนที่มีปัญหาคางถอย (Receding Chin) คางจะถดถอยเข้าไปหรือคางยื่นออกไปข้างหน้าไม่เพียงพอที่จะสมดุลกับส่วนอื่น ๆ บนใบหน้า ทำให้คางดูสั้น และมีเหนียงกองบริเวณใต้คางค่อนข้างเยอะ  ปัญหานี้เป็นปัญหาที่เกิดจากโครงสร้างหน้าของใบหน้าส่วนล่างถอยหลุบเข้าไปด้านใน กระดูกมีความผิดปกติ หรือเป็นผลจากการบาดเจ็บที่กระดูกขากรรไกรล่าง จึงทำให้ใบหน้าดูไม่สมส่วน ดูอ้วนกลม คล้ายปลายคางเชื่อมติดกับคอ  ซึ่งการฉีดฟิลเลอร์จะสามารถช่วยแก้ไขให้กระดูกขากรรไกรเลื่อนมาข้างหน้าได้ ทำให้ลดเหนียงได้อย่างแท้จริง  ทำให้ดูเหมือนเหนียงนั้นหายไป เพราะคางดูยาวและมีมิติมากขึ้นใบหน้าดูสมส่วนมากขึ้น โดยไม่ต้องเข้าศัลยกรรมผ่าตัดใหญ่ในการเลื่อนขากรรไกรแต่อย่างใด ซึ่งการศัลยกรรมนั้นจะต้องใช้เวลาพักฟื้นนานหลายเดือน

ฉีดฟิลเลอร์คางแก้ไขคางถอย

3. คนที่มีปัญหาคางบุ๋มหรือคางแฉก (Cleft Chin) คือคางที่มีลักษณะเป็นคลื่น ไม่เรียบเนียน เหมือนผิวเปลือกส้ม หรือมีร่องตรงกลาง เป็นแฉก บุ๋ม หรือยุบเข้าไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อแสดงสีหน้าที่ใช้กล้ามเนื้อบริเวณคางร่วมกับริมฝีปากล่างจะเห็นได้ชัดมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น การทำหน้าบึ้ง หน้างอน ใช้ความคิด เป็นต้น ซึ่งสามารถปรับแก้ไขโดยใช้ฟิลเลอร์ร่วมกับโบท็อกได้

ฉีดฟิลเลอร์คางแก้ไขคางบุ๋ม 2cc
ฉีดฟิลเลอร์แก้ไขคางบุ๋ม Restylane 3cc

โดยคางประเภทนี้เกิดจากการหดเกร็งของกล้ามเนื้อบริเวณคาง ทำให้เกิดเป็นก้อนแข็ง หรือรอยย่นเป็นคลื่น ซึ่งปัญหาคางเหมือนผิวเปลือกส้มสามารถแก้ไขได้ด้วยการใช้โบท็อกคลายกล้ามเนื้อบริเวณคาง ส่วนปัญหาคางมีร่องตรงกลาง เป็นแฉก บุ๋ม หรือยุบเข้าไป ที่เกิดจากโครงสร้างของใบหน้าตั้งแต่กำเนิด กระดูกบริเวณคางมีลักษณะเป็นแฉก หรือกล้ามเนื้อที่บริเวณคางทั้งสองข้างไม่เชื่อมต่อกันนั้น สามารถฉีดฟิลเลอร์คางเพื่อปรับแก้ให้คางดูมนสวยได้

นอกจากนั้น ปัญหาการเกร็งของกล้ามเนื้อบริเวณคาง ยังอาจเกิดจากปัญหาของการสบฟันที่ผิดปกติ และอายุที่เพิ่มมากขึ้นได้ด้วย เนื่องจากไขมันและกระดูกบริเวณคางและขากรรไกรมีการทรุดตัว จึงทำให้คางมีลักษณะเป็นคลื่นได้ มักพบควบคู่ไปกับร่องน้ำหมาก หรือร่องบริเวณริมฝีปาก ซึ่งปัญหาเหล่านี้ สามารถแก้ไขได้ด้วยการฉีดฟิลเลอร์ค่ะ

ฉีดฟิลเลอร์แก้ไขคางมีซิลิโคน

หากคุณมีปัญหาในเรื่องคางแล้วล่ะก็ ไม่ต้องเศร้าใจหรือกังวลไปนะคะ สามารถนัดเข้ามาที่ MICHIKO Clinic เพื่อให้คุณหมอทำการวิเคราะห์และแนะนำการแก้ไขปัญหาให้ได้อย่างตรงจุดได้เลยนะคะ

ฉีดฟิลเลอร์พร้อมกับโบท็อกได้หรือไม่ ?

คำตอบคือ ฉีดได้ค่ะ โดยการฉีดโบท็อกจะเป็นแก้ฉีดเพื่อคลายกล้ามเนื้อ ส่วนฟิลเลอร์นั้น จะเป็นการฉีดเพื่อปรับแก้ไขโครงสร้างค่ะ

    • โบท็อก จะช่วยในเรื่องของการคลายกล้ามเนื้อ เหมาะกับคนที่คางค่อนข้างเกร็ง หรือคางมีลักษณะเป็นผิวส้ม โดยการฉีดโบท็อกจะช่วยทำให้กล้ามเนื้อบริเวณคางคลายตัว ทำให้คางดูยาวและมนสวยมากขึ้น

    • ฟิลเลอร์ จะช่วยแก้ปัญหาโครงสร้าง เหมาะกับคนที่มีปัญหา คางเบี้ยว คางสั้น หน้าไม่เรียว และไม่ได้สัดส่วน โดยจะต้องใช้ฟิลเลอร์เข้ามาเป็นตัวช่วยในการแก้ไขกระดูกบริเวณคาง เพื่อทำให้สัดส่วน Lower-face ของใบหน้าดูยาวขึ้น

โดยในเคสที่มีปัญหาคางเกร็งค่อนข้างเยอะ การฉีดโบท็อกก่อนหรือหลังการฉีดฟิลเลอร์คาง ก็จะช่วยคลายกล้ามเนื้อและช่วยให้ฟิลเลอร์เซ็ตตัวได้ดี ทำให้รูปคางดูสวยละมุนมากยิ่งขึ้น โดยหากจะฉีดทั้งฟิลเลอร์และโบท็อกในวันเดียวกัน คุณหมอจะฉีดฟิลเลอร์เพื่อปรับโครงสร้างก่อนซึ่งจะเห็นผลทันทีหลังทำ แล้วจึงจะฉีดโบท็อกคลายกล้ามเนื้อบริเวณคาง ซึ่งจะต้องใช้เวลา 7-14 วันเพื่อให้โบท็อกออกฤทธิ์ได้เต็มที่

ฉีดฟิลเลอร์คางอันตรายไหม ?

การฉีดฟิลเลอร์ในทุกจุด อันตรายมากหากไม่ได้ฉีดกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์มากพอ เนื่องจากบนใบหน้าของเรามีเส้นเลือดและเส้นประสาทวางอยู่มาก หากฉีดฟิลเลอร์เข้าไปโดนเส้นเลือดก็อาจจะทำให้เกิดการอุดตันของเส้นเลือด จนเกิดเนื้อตาย เนื้อเน่า คางเน่า ปากเน่าได้

ดังนั้นหากจะฉีดฟิลเลอร์ควรฉีดกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์มากพอ มีความแม่นยำเกี่ยวกับโครงสร้างกายวิภาของใบหน้า (Facial Anatomy) รู้เทคนิคในการฉีดที่ถูกต้องว่าจุดใดเป็นจุดที่ค่อนข้างปลอดภัยและจุดใดที่มีความอันตรายที่ต้องใช้ความระมัดระวังอย่างสูง เนื่องจากนักศึกษาแพทย์ไม่ได้เรียนโครงสร้างกายวิภาคบริเวณใบหน้ามากเท่าไหร่และไม่ได้เรียนการทำความงามบนใบหน้า แพทย์ที่เพิ่งจบใหม่จึงไม่สามารถฉีดฟิลเลอร์ให้ปลอดภัยและสวยได้

โดยแพทย์ที่ฉีดฟิลเลอร์ แม้ว่าจะมีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญมากกว่า 5-6 ปี ก็ยังต้องมีการอัพเดทความรู้ใหม่ ๆ อย่างสม่ำเสมอ เพื่อทบทวนความรู้และอัพเดตเทรนความงาม ไม่ให้เกิดความล้าหลัง

นอกจากนั้น การเลือกฟิลเลอร์ให้เหมาะสม มีมาตรฐาน ผ่านการรับรองจาก (อย.) ก็มีความสำคัญ เพราะหากใช้ฟิลเลอร์ปลอมฉีดเข้าไปใต้ผิว นอกจากฟิลเลอร์จะไม่สลายและทำให้เกิดผังผืดใต้ผิวจนต้องไปขูดออกแล้ว หากเกิดอุบัติเหตุในระหว่างการฉีด เช่น ฉีดฟิลเลอร์เข้าเส้นเลือด ก็จะไม่มียาที่สามารถนำมาฉีดสลายได้ในทันที ทำให้คนไข้เกิดการอุดตันของเส้นเลือดถาวร จนเกิดเนื้อตาย เนื้อเน่า ได้

ทั้งนี้ทั้งนั้น แม้จะตัวยาฟิลเลอร์ที่เป็นของแท้แล้ว แต่หากฉีดกับแพทย์ที่ไม่มีประสบการณ์มากพอหรือผู้ที่ทำการฉีดไม่ใช่แพทย์ก็อาจจะเกิดปัญหาฉีดแล้วคางเกิดผิดรูป คางแหลม คางเป็นมะม่วง เนื่องจากฉีดผิดชั้น วางชั้นของฟิลเลอร์ไม่ถูกต้องหรือเลือกชนิดของฟิลเลอร์ที่ไม่เหมาะสมได้เช่นกันค่ะ นอกจากนั้นยังอันตรายเสี่ยงเนื้อตาย เนื้อเน่า ได้อีกด้วย

Chin vessel

การฉีดฟิลเลอร์คาง และการผ่าตัดเสริมซิลิโคนคาง แบบไหนดีกว่ากัน ?

การฉีดฟิลเลอร์คางและการผ่าตัดเสริมซิลิโคนคางนั้นมีความแตกต่างกันในหลาย ๆ ด้าน โดยจากประสบการณ์การทำงานโดยตรงของคุณหมอกิ๊ฟ ขอตอบว่า การฉีดฟิลเลอร์คางดีกว่าการผ่าตัดเสริมคางด้วยซิลิโคนค่ะ

การผ่าตัดเสริมคางมีความเสี่ยงอยู่ค่อนข้างมาก หากผ่าตัดมาแล้วคางสั้นเกินไป แคบเกินไป หรือไม่เหมาะกับรูปหน้า จะทำการแก้ไขได้ยากมาก นอกจากนั้น การผ่าตัดเสริมซิลิโคนจะช่วยทำให้คางดูยาวขึ้นเพียงอย่างเดียว แต่ไม่มีมิติ ใบหน้าไม่สมส่วน

และเมื่อระยะเวลาผ่านไป 1-2 ปี รูปหน้าของคนเราก็จะเปลี่ยนไปตามอายุหรือมีน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น ซึ่งอาจทำให้เจอปัญหาที่เกิดจากซิลิโคนได้ คือ คางห้อย หรือคางแหลมเป็นแม่มด รวมถึงปัญหาที่พบบ่อยคือหลังเสริมซิลิโคนไปเกิดจุดยุบตัวของไขมันบริเวณช่วงรอยต่อของคางและแก้มล่าง ทำให้เห็นกระเปาะแก้มห้อยชัดเจนขึ้น เพราะซิลิโคนนั้นไม่สามารถปรับเปลี่ยนไปตามใบหน้าในช่วงวัยที่เปลี่ยนไปได้ ทำให้คางไม่เข้ากับรูปหน้า และต้องเสียเวลาไปแก้ด้วยการผ่าตัดเอาซิลิโคนชิ้นเก่าออก เพื่อทำการผ่าตัดเสริมคางเข้าไปใหม่อีกครั้ง

โดยการผ่าตัดเสริมซิลิโคนคางจะมี 2 แบบ คือ

    1. ผ่าตัดแผลในปาก โดยทำการกรีดช่วงรอยต่อของเหงือก แล้วนำซิลิโคนใส่ลงไป ซึ่งเป็นวิธีที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่ายจากการรับประทานอาหาร และหากจำเป็นต้องมีการขยับปากมาก ๆ แผลอาจจะสมานได้ยาก หรือแผลปิดไม่สนิทได้

    2. ผ่าตัดกรีดแผลภายนอก โดยทำการกรีดช่วงบริเวณรอยต่อใต้คาง แล้วนำซิลิโคนใส่ลงไป ซึ่งมีโอกาสกระทบเส้นประสาทบริเวณคาง ทำให้มีอาการชาถาวร และอาจก่อให้เกิดรอยแผลเป็นใต้คาง และเป็นคีลอยด์ได้

เคสที่ไม่เหมาะกับการผ่าตัดเสริมคางเลย คือ ผู้ที่มีปัญหากล้ามเนื้อคางเกร็ง เพราะถ้าหากไปผ่าตัดเสริมซิลิโคนคาง จะยิ่งทำให้ก้อนซิลิโคนเข้าไปขยุ้มกับกล้ามเนื้อที่เกร็ง ทำให้เสริมคางออกมาแล้วไม่สวย เสียทั้งเงินและเวลา ดังนั้นเคสลักษณะนี้จะเหมาะกับการฉีดฟิลเลอร์และฉีดโบท็อกเพื่อคลายกล้ามเนื้อที่เกร็งมากกว่าค่ะ

กล้ามเนื้อคางเกร็ง

ข้อแนะนำเพิ่มเติมสำหรับการผ่าตัดเสริมคาง ผู้ที่มีรูปคางค่อนข้างป้าน หน้าค่อนข้างใหญ่ ฐานคางกว้าง จะไม่เหมาะกับการผ่าตัดเสริมคางด้วยซิลิโคน เพราะจะทำให้คางกลายเป็นแม่มด การผ่าตัดเสริมคางจะเหมาะกับผู้ที่มีฐานคางค่อนข้างเล็กมากกว่า เพราะ ในระยะยาวจะมีปัญหาน้อยกว่าผู้ที่มีฐานคางกว้างค่ะ นอกจากนั้น ขอบของซิลิโคนคาง จะไม่สามารถวางถึงบริเวณร่องน้ำหมากได้ เพราะจะทำให้กดเส้นประสาทบริเวณ Lower Face และทำให้เกิดอาการชาได้

ฉีดฟิลเลอร์แก้คางป้าน Restylane 2 cc

ซึ่งแม้ว่าการฉีดฟิลเลอร์อาจจะแพงกว่าผ่าตัดเสริมคางด้วยซิลิโคน โดยจะต้องมาเติมใหม่เรื่อย ๆ แต่การฉีดฟิลเลอร์คางนั้นสามารถแก้ไขในสิ่งที่การเสริมซิลิโคนคางทำไม่ได้ นั่นก็คือการฉีดบริเวณรอยต่อระหว่างคางกับแก้ม ซึ่งเป็นจุดที่ไม่สามารถวางซิลิโคนได้ เนื่องจากเสี่ยงต่อการทับเส้นประสาท โดยการฉีดฟิลเลอร์สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามโครงสร้างของใบหน้า อยู่ได้นานถึง 1-2 ปี ขึ้นอยู่กับยี่ห้อและรุ่นของฟิลเลอร์ หากฉีดแล้วไม่พอใจก็สามารถฉีดสลายได้ทันที ดังนั้นการฉีดฟิลเลอร์จะสามารถช่วยปรับเปลี่ยนรูปหน้าที่เปลี่ยนไปตามแต่ละช่วงวัยได้ ทำให้ใบหน้าดูสวยงามสมดุล และเป็นธรรมชาติมากที่สุด  ไม่ต้องกังวลเมื่ออายุเพิ่มขึ้นแล้วใบหน้าจะห้อย คางจะแหลม เพราะคนไข้สามารถกลับมาฉีดใหม่ได้ตลอด เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดูดีที่สุดในแต่ละช่วงวัยของคุณค่ะ

ฉีดฟิลเลอร์คางแล้วเป็นก้อน ดูไม่เป็นธรรมชาติ ต้องแก้อย่างไร ?

ปัญหาหลักของการฉีดฟิลเลอร์แล้วคางเป็นก้อน เกิดจากเทคนิคของคุณหมอที่ทำการฉีดไม่ถูกตำแหน่ง ฉีดผิดชั้น และมีการเลือกชนิดของฟิลเลอร์ที่ไม่เหมาะสม

หากไปฉีดฟิลเลอร์บริเวณคางมาแล้วเป็นก้อน มีลักษณะย้อยลงเป็นคางแม่มด ดูไม่เป็นธรรมชาติ คุณหมอกิ๊ฟแนะนำให้ฉีดสลายทั้งหมด 100% นะคะ และค่อยฉีดฟิลเลอร์แก้ไขใหม่อีกครั้งค่ะ

ซึ่งถ้าหากไม่ฉีดสลายฟิลเลอร์ตัวเก่าออก แล้วฉีดฟิลเลอร์ตัวใหม่ซ้ำเข้าไปเลย จะไม่สามารถแก้ปัญหานี้ได้เลยค่ะ เพราะฟิลเลอร์ตัวเก่าและใหม่จะทำปฏิกิริยาแยกตัวออกจากกัน ไม่สามารถหลอมละลายรวมกันได้ ดังนั้นจึงไม่ช่วยแก้ไขปัญหาคางเป็นก้อนได้ค่ะ และทำให้คนไข้ต้องเสียเงินซ้ำซ้อนในขณะที่ยังไม่ได้รูปคางที่สวยขึ้นอีกด้วย

ฉีดฟิลเลอร์คาง ต้องใช้ฟิลเลอร์กี่ซีซี ?

จำนวนฟิลเลอร์ในการฉีดคาง ทั้งนี้จำนวนฟิลเลอร์จะขึ้นอยู่กับสัดส่วนความกว้างและยาวของคางเดิม

การฉีดฟิลเลอร์คาง เริ่มต้นใช้ได้ตั้งแต่ 1 ซีซี โดยสามารถแบ่งออกได้ ดังนี้

 

ฟิลเลอร์ 1 cc เหมาะกับผู้ที่มีความยาวของคางที่ดีอยู่แล้ว เพียงแต่ต้องการปรับองศาและมุมมองความมนของคาง ให้ดูมนมากยิ่งขึ้น เช่น ผู้ที่มีคางยาวอยู่แล้ว แต่มีความป้านเล็กน้อย อยากปรับคางให้ดูเรียวมีมิติมากขึ้น ซึ่งความเป็นจริงแล้วมีเคสน้อยมากที่จะใช้แค่เพียง 1 cc เพราะต้องดูสัดส่วนใบหน้าโดยรวมแบบ 3 มิติ ทั้งใบหน้าด้านตรงและใบหน้าด้านข้าง มิเช่นนั้นการฉีดเพียง 1 cc อาจทำให้คางดูแหลมเป็นแม่มดได้ 

 

ฟิลเลอร์ 2 cc เหมาะกับผู้ที่มีความยาวของคางแล้วระดับนึง แต่ต้องการเพิ่มความยาวของคางอีก รวมถึงต้องการปรับองศาความมนของคางให้ดูสวยและสมส่วนมากยิ่งขึ้น เช่น ผู้ที่มีคางสั้นเพียงเล็กน้อย แต่มีความป้านด้วย

 

ฟิลเลอร์ 3 cc เหมาะกับผู้ที่มีคางค่อนข้างสั้น อยากเพิ่มความยาวของคาง รวมถึงต้องการปรับองศาความมนของคาง และรอยต่อของแก้มกับคางให้เรียบเนียนเข้าไปด้วยกัน ทำให้ใบหน้าเกิดความสวยงาม ดูมีมิติมากยิ่งขึ้น

 

ที่ MICHIKO Clinic การฉีดฟิลเลอร์คางให้ดูสวยเป็นธรรมชาติรับกับใบหน้า คุณหมอจะแนะนำให้ใช้ฟิลเลอร์ประมาณ 2-3 CC เป็นส่วนใหญ่เพื่อแก้ไขทั้งในส่วนของโครงกระดูก ปรับความยาวของคาง แก้ไขรอยต่อระหว่างคางกับแก้ม และปรับให้คางดูพุ่งทั้งมุมตรงและมุมข้าง 

โดยคุณหมอจะใช้เทคนิคในการฉีดติดกระดูก เหมือนเป็นการเสริมกระดูกคางออกมา เพื่อทำให้ดูสวยเป็นธรรมชาติมากที่สุด ซึ่งอาจจะใช้ปริมาณยาเยอะกว่าการฉีดฟิลเลอร์ในชั้นไขมัน แต่ได้ความเป็นธรรมชาติมากกว่า เพราะการฉีดฟิลเลอร์ในชั้นไขมัน จะทำให้ฟิลเลอร์ไหลตกตามแรงโน้มถ่วงและเกิดเป็นคางย้อยได้ง่าย ทั้งนี้ โดยในบางเคสอาจมีการฉีดฟิลเลอร์ในชั้นไขมัน เช่น คนที่คางเกร็ง หรือคางยับค่อนข้างมาก ซึ่งคุณหมอจะใช้ฟิลเลอร์เล็กน้อยเพื่อเข้าไปควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อบริเวณคาง 

ฟิลเลอร์เพิ่มความพุ่งของคาง

หากต้องการผ่าตัดเสริมซิลิโคนคางหลังฉีดฟิลเลอร์ ต้องขูดฟิลเลอร์ออกก่อนหรือไม่ ?

หากเป็นฟิลเลอร์แท้ ที่ใช้สารไฮยาลูรอนิค แอซิด (Hyaluronic Acid) ก็ไม่จำเป็นต้องขูดฟิลเลอร์ออกค่ะ สามารถใช้น้ำยาฉีดสลายฟิลเลอร์ออกได้ทั้งหมด หรือปล่อยให้ฟิลเลอร์เสื่อมสลายได้เองตามธรรมชาติ และสามารถไปผ่าตัดเสริมคางได้เลย 

 

แต่ถ้าหากคนไข้ได้ฉีดฟิลเลอร์ปลอมหรือสิ่งแปลกปลอมเข้ามาในร่างกาย เช่น ไขมันปลาวาฬ ซิลิโคนเหลว คอลลาเจนเหลว คุณหมอท่านที่จะทำการเสริมซิลิโคน ก็จะแนะนำให้ทำการผ่าตัด ขูดซิลิโคนเหลว คอลลาเจนเหลว หรือไขมันปลาวาฬออกก่อน เพื่อป้องกันการติดเชื้อ

 

แต่ทั้งนี้ การผ่าตัดเพื่อขูดสารดังกล่าวเหล่านั้นออก ก็อาจจะมีเสี่ยงต่อการบาดเจ็บของเส้นประสาท ซึ่งจะทำให้เกิดอาการชา หน้าเบี้ยว ปากเบี้ยว หรือทำให้เนื้อส่วนดีบางส่วนแหว่งหายไปได้ จึงแนะนำให้ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนการตัดสินใจนะคะ

 

เหตุผลที่ไม่ควรทำการฉีดฟิลเลอร์ทับลงไปในบริเวณที่เคยฉีดสารที่ไม่สามารถสลายตัวได้นั้น เป็นเพราะซิลิโคนเหลว คอลลาเจนเหลว หรือไขมันปลาวาฬ เป็นสิ่งแปลกปลอมที่สามารถกักเก็บเชื้อโรคไว้ภายในตัวเองได้ หากทำการฉีดฟิลเลอร์เข้าไปทับในจุดเดิม เข็มของฟิลเลอร์ใหม่อาจจะทำให้เชื้อโรคต่างๆ ที่ถูกกักเก็บไว้อยู่ภายในแตกออกหรือปะทุออกมา แพร่กระจาย และทำให้คนไข้เกิดอาการติดเชื้อ บวมแดง อักเสบ และแสบร้อนได้ 

 

การเตรียมตัวก่อนฉีดฟิลเลอร์คางต้องทำอย่างไร ?

อย่างที่ทราบกันดีว่า การฉีดฟิลเลอร์นั้นปลอดภัย และไม่จำเป็นต้องเตรียมตัวมากเป็นพิเศษ โดยมีข้อแนะนำเล็กน้อย ดังนี้ค่ะ

    • งดยาและวิตามินต่างๆ เป็นเวลา 1 สัปดาห์ก่อนมาทำหัตถการเพื่อลดภาวะเลือดออกแล้วหยุดยาก รวมถึงลดอาการบวมช้ำหลังฉีดฟิลเลอร์ด้วย
    • ควรงดยาแก้ปวด ยาแอสไพริน หรือ NSIADs เช่น Ibruprofen, Diclofenac, Ponstan และควรปรึกษาแพทย์ก่อนหยุดยานั้นๆ
    • ควรงดวิตามินจำพวกเพิ่มการไหลเวียนของเลือด วิตามินที่ละลายในไขมันต่างๆ รวมถึงวิตามินที่อยู่ในเม็ด Soft gel และกลุ่มสมุนไพรต่างๆ เช่น Grape seed, Gingko biloba, Evening primrose oil, Fish oil, Vitamin E, Collagen เป็นต้น
    • ต้องไม่ได้อยู่ในภาวะตั้งครรภ์ ไม่มีโรคประจำตัวร้ายแรง หรือหากมีโรคประจำตัวจะต้องแจ้งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนการทำหัตถการทุกครั้ง โดยผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น ความดันโลหิตสูง ควรรับประทานยาก่อนมาทำหัตถการ เป็นต้น
    • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และงดกิจกรรมที่ทำให้เลือดสูบฉีด 24 ชั่วโมงก่อนการทำหัตถการ
ก่อนฉีดฟิลเลอร์คาง

หลังฉีดฟิลเลอร์คาง ต้องดูแลตัวเองอย่างไร ?

สิ่งที่ควรปฏิบัติตัวหลังการฉีดฟิลเลอร์คาง มีดังนี้

    • อาการบวม เขียว ช้ำ อาจเกิดขึ้นได้ ซึ่งจะค่อยๆดีขึ้น หลังจากการฉีดไป 3 วัน หากอาการดังกล่าวมีมากขึ้นให้ทำการติดต่อคลินิกโดยทันที
    • ประคบเย็นเพื่อลดอาหารบวมช้ำใน 48 ชั่วโมงแรกหลังการทำหัตถการ
    • ระมัดระวังการกระทบกระแทก การเคลื่อนไหว และการขยับใบหน้าแรง ๆ ในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก
    • งดนวดหน้า ขัดหน้า ทำทรีทเม้นท์ เป็นระยะเวลาอย่างน้อย 2 สัปดาห์
    • งดนั่งเท้าคาง นอนคว่ำ เป็นระยะเวลาอย่างน้อย 2 สัปดาห์
    • หลีกเลี่ยงความร้อนทุกชนิด เช่น การทำเลเซอร์ใบหน้า การอบไอน้ำ อบซาวน่า แช่ออนเซ็น เป็นเวลาอย่างน้อย 2-4 สัปดาห์
    • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เหล้า เบียร์ ไวน์ ของดิบ ของหมักดอง ปลาร้า 2 สัปดาห์ (หากทำไม่ได้ ควรงดอย่างน้อย 48 ชั่วโมงหลังการทำหัตถการ)

ฉีดฟิลเลอร์คางที่ไหนดี ?

เนื่องจากบริเวณคางมีเส้นเลือดและเส้นประสาทอยู่เป็นจำนวนมาก หากแพทย์ผู้ฉีดไม่รู้จักโครงสร้างกายวิภาคของใบหน้าอย่างดีเพียงพอ อาจทำให้ฉีดผิดพลาดเข้าเส้นเลือด และส่งผลให้เกิดการอุดตันของเส้นเลือดได้ ทำให้เกิดเนื้อตาย เนื้อเน่า ลิ้นเน่า หรือลิ้นติดเชื้อได้ การฉีดฟิลเลอร์จึงต้องอาศัยความระมัดระวังเป็นพิเศษ

 

สิ่งที่สำคัญที่สุด ควรเลือกคลินิกหรือสถานประกอบการพยาบาลที่มีความน่าเชื่อถือ ได้มาตรฐานปลอดภัย ได้รับการรับรองจากกระทรวงสาธารณสุข มีแพทย์ที่มีประสบการณ์มีความชำนาญ และใช้ฟิลเลอร์แท้ผ่านอย.ที่สามารถตรวจสอบได้

 

MICHIKO Clinic นำโดยคุณหมอกิ๊ฟ แพทย์หญิงวิสุทธิยา บุญสม แพทย์เฉพาะทางผู้มีความเชี่ยวชาญด้านการฉีดฟิลเลอร์ปรับรูปหน้าเทคนิคเฉพาะ “Oriental Lifting Technique”  ในทุกเคสคุณหมอกิ๊ฟจะสอบถามความกังวล และวิเคราะห์ปัญหาของรูปหน้า มองภาพรวมของใบหน้า ดีไซน์แก้ไขโดยเน้นการปรับรูปหน้าที่ดูสวยงามเป็นธรรมชาติ และแก้ไขปัญหาในระดับโครงสร้างของใบหน้า เพื่อผลลัพธ์ที่ยั่งยืน และตรงกับความต้องการของคนไข้มากที่สุดค่ะ

 

คุณหมอกิ๊ฟ จบการศึกษาเฉพาะทางจาก American Board of Aesthetic Medicine จากประเทศสหรัฐอเมริกา และหลักสูตรผิวหนังและเลเซอร์ผิวหนัง (Diploma Course in Dermatology and Dermatosurgery) จากสถาบันโรคผิวหนังประเทศไทย ร่วมกับมหาวิทยาลัยจุนเทนโด ประเทศญี่ปุ่น 

คุณหมอกิ๊ฟมีประสบการณ์ด้านความงาม เคยประจำอยู่ที่โรงพยาบาล และคลินิกชั้นนำมามากกว่า 12 ปี ดูแลคนไข้มามากกว่า 10,000 เคส คุณหมอมีความใส่ใจและดูแลคนไข้ทุกคนเป็นอย่างดี คุณหมอตั้งใจในการเลือกผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่ดีที่สุด เพื่อนำเข้ามาใช้ในคลินิกเป็นอย่างมาก ทุก ๆ ผลิตภัณฑ์ จะต้องได้มาตรฐาน เห็นผลลัพธ์ที่ดี และที่สำคัญคือมีความปลอดภัย 

 

หลักการดูแลคนไข้ที่คุณหมอกิ๊ฟมักจะพูดอยู่เสมอ คือ “หมอตั้งใจดูแลคนไข้ทุกคนให้เหมือนกับที่หมอดูแลตัวเองและคนในครอบครัวที่หมอรัก สิ่งใดที่หมอคิดว่าดีกับตัวเอง คนไข้ของหมอก็จะต้องได้รับสิ่งนั้นเช่นเดียวกันค่ะ”

รีวิวการฉีดฟิลเลอร์คางที่ MICHIKO Clinic