หน้าหย่อนคล้อย ไม่กระชับ เลือกทำหัตถการไหนดี?

หน้าหย่อนคล้อย

เมื่อคุณอายุเพิ่มมากขึ้น ปัญหาผิวหน้าจะเริ่มเข้ามารุมเร้า โดยเฉพาะปัญหาใบหน้าหย่อนคล้อย ไม่กระชับ ที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ซึ่งในปัจจุบันนวัตกรรมทางการแพทย์ได้พัฒนามาอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีวิธีแก้ปัญหาใบหน้าหย่อนคล้อย ไม่กระชับ ชะลอวัย รวมทั้งแก้ไขปัญหาผิวต่าง ๆ ที่ได้ประสิทธิภาพอยู่ด้วยกันหลากหลายวิธี แต่วิธีไหนที่จะเหมาะสมกับใบหน้าของคุณมากที่สุดกันล่ะ? 


วันนี้ MICHIKO Clinic จะมาพูดถึงปัญหาใบหน้าหย่อนคล้อย และแนะนำหัตถการที่เหมาะสมกับคุณมากที่สุดกันค่ะ

ปัญหาหน้าหย่อนคล้อย เกิดจากอะไร?

ปัญหาหน้าหย่อนคล้อย เกิดจากอะไร

หน้าหย่อนคล้อย ไม่กระชับ เกิดจากจำนวนคอลลาเจนและอีลาสตินที่อยู่ใต้ผิวลดลงอย่างต่อเนื่องตามอายุที่มากขึ้น จึงทำให้ใบหน้าหย่อนคล้อยและสูญเสียความกระชับ รวมถึงยังทำให้เกิดริ้วรอยต่าง ๆ บนใบหน้าอีกด้วย


วันนี้ MICHIKO Clinic จะมาพูดถึงปัญหาใบหน้าหย่อนคล้อย และแนะนำหัตถการที่เหมาะสมกับคุณมากที่สุดกันค่ะ

นอกจากนี้ยังมีสาเหตุอื่น ๆ ที่ทำให้เกิดปัญหาหน้าหย่อนคล้อย ดังนี้ค่ะ


1. การยุบตัวของโครงสร้างกระดูกตามอายุที่มากขึ้น (Aging) ทำให้ผิวหนังและโครงสร้างของไขมันห้อยตกลงมาตามแรงโน้มถ่วง ทำให้รูปหน้าเกิดความผิดรูปไม่สมส่วน เช่น บางส่วนดูตอบบุ๋ม หรือห้อยย้อยมากเกินไป เป็นต้น


2. การเปลี่ยนแปลงฮอร์โมน Estrogen Progesterone และ Growth hormone เนื่องจากฮอร์โมนเหล่านี้เป็นตัวช่วยที่ทำให้ผิวดูชุ่มชื้น อ่อนเยาว์ เต่งตึง เรียบเนียน หากฮอร์โมนทำงานผิดปกติหรือผลิตฮอร์โมนได้น้อยลงก็จะส่งผลให้ผิวชั้นในขาดความหยืดหยุ่น และเกิดความหย่อนคล้อยตามไปด้วย


3. การใช้ชีวิตประจำวันแบบทำลายสุขภาพ เช่น ดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ ไม่ทากันแดด นอนพักผ่อนไม่เพียงพอ เป็นต้น พฤติกรรมเหล่านี้จะส่งผลให้เซลล์ผิวใต้ผิวหนังเกิดการเสื่อมสภาพ ทำให้สภาพผิวเปลี่ยนแปลงไป ผิวไม่แน่น ผิวเหี่ยวหรือไม่เต่งตึงจนเห็นได้ชัด

ปัญหาหน้าหย่อนคล้อย ต้องดูแลหน้าอย่างไร?

เนื่องจากบริเวณหน้าที่หย่อนคล้อยจะมีวิธีแก้ไขปัญหาที่แตกต่างกัน อย่างแรกคุณต้องรู้ก่อนว่าปัญหาที่ทำให้เกิดความหย่อนคล้อยเกิดจากอะไร จากนั้นจึงค่อย ๆ เลือกใช้วิธีแก้ไขปัญหาไปอย่างทีละจุด เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนและเป็นธรรมชาติมากที่สุดค่ะ

ชั้นผิวหนังใบหน้า

วิธีแก้ไขปัญหาหน้าหย่อนคล้อย ไม่กระชับ มีอะไรบ้าง? แต่ละวิธีเหมาะกับใคร?

เครื่องมือยกกระชับผิว

Ultraformer / Ulthera / Hifu

เป็นเครื่องมือช่วยยกกระชับผิวผ่านการปล่อยคลื่นอัลตราซาวด์ความถี่สูง (High Intensity Focused Ultrasound) โดยมีหัวยิงเพียงแค่ 2 ขนาดเท่านั้นที่จะสามารถยิงเข้าสู่ใต้ชั้นผิว SMAS ที่เป็นชั้นเนื้อเยื่อของกล้ามเนื้อใบหน้าได้ ได้แก่ ขนาด 3 มม. และขนาด 4.5 มม. ทำให้ชั้นพังผืด SMAS เกิดการหดตัว และยังมีการทำลายคอลลาเจนเก่า ๆ ให้แตกจนเสื่อมสภาพ จากนั้นร่างกายจะสร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่ ซึ่งจะช่วยให้ผิวหน้าดูยกกระชับขึ้นและริ้วรอยจางลง แก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อยได้อย่างตรงจุด 


เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาโครงสร้างผิวไม่แน่น ผิวหลวม ผิวเหี่ยว โดยจะเห็นผลลัพธ์อย่างชัดเจนเมื่อทำครบ 3 เดือน ซึ่งวิธีนี้จะสามารถอยู่ได้นานถึง 6-12 เดือน ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและพฤติกรรมการดูแลหลังการทำค่ะ


แต่ถ้าหากมีการทำซ้ำในช่วงก่อนครบ 3 เดือนอาจได้ผลลัพธ์ที่แตกต่างไป บางคนอาจจะได้ผลลัพธ์ที่ดีมากยิ่งขึ้น ใบหน้าแน่นและเฟิมมากยิ่งขึ้น แต่แพทย์บางท่านอาจจะมีความเห็นว่าผลลัพธ์ในการเพิ่มความแน่นและเฟิร์มของใบหน้าอาจจะไม่ชัดเจนเท่าที่ควร เนื่องจากความร้อนอาจเข้าไปทำลายคอลลาเจนก่อนที่จะสร้างเสร็จ ดังนั้นทาง MICHIKO Clinic แนะนำว่า ควรปรึกษาแพทย์ก่อนทำหัตถการทุกครั้ง เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุดค่ะ

Thermage

เป็นเครื่องมือช่วยยกกระชับผิวผ่านการปล่อยคลื่นวิทยุความถี่สูง (Radio Frequency หรือ RF) โดยจะยิงความร้อนเข้าไปยังระดับชั้นของคอลลาเจน อีลาสติน และชั้นไขมัน เพื่อช่วยกระตุ้นให้คอลลาเจนที่เสื่อมสภาพกลับมาทำงานได้ดีมากขึ้น ฟื้นฟูเส้นใยคอลลาเจนชั้นใต้ผิวหนังสู่ผิวด้านนอก ทำให้ผิวดูเต่งตึงกระชับ ช่วยลดไขมันสะสมได้เป็นอย่างดี 

เหมาะกับผู้ที่มีอายุไม่มากและต้องการสลายไขมันเป็นหลัก เพราะหากใช้เครื่องมือเทอร์มาจกับผู้ที่มีอายุมาก จะยิ่งเป็นการสลายไขมันบนใบหน้า ส่งผลให้เกิดการหย่อนคล้อยมากกว่าเดิมนั่นเองค่ะ 

Botox Lifting

การฉีดสารโบทูลินัมท็อกซินเอ (Botulinum toxin type A) เข้าที่บริเวณกรอบหน้า เพื่อช่วยกระตุ้นให้คอลลาเจนเกิดการเรียงตัวใหม่ ผิวหนังถูก Lifting ดึงขึ้น ทำให้ผิวบริเวณกรอบ หน้าเกิดการยกกระชับขึ้น กรอบหน้าดูเข้ารูป หน้าเรียวและมีมิติมากยิ่งขึ้น

โบท็อกลิฟติ้ง

เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาหน้าหย่อนคล้อยเล็กน้อย และไม่มีปัญหาไขมันหน้าแก้มตก โดยการฉีด โบท็อกลิฟติ้ง สามารถเห็นผลลัพธ์หลังทำทันที 10-20% โดยหลังการฉีดประมาณ 2 เดือน ร่างกายจะเกิดการกระตุ้นให้สร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่ ทำให้กรอบหน้าดูกระชับมากยิ่งขึ้นเข้าไปอีก โดยการฉีดโบท็อกสามารถอยู่ได้นานถึง 3-6 เดือน ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการใช้ชีวิตและรุ่นโบท็อกที่เลือกใช้ค่ะ

ผ่าตัดดึงหน้า (Face lift)

การผ่าตัดดึงหน้า คือการศัลยกรรมเพื่อยกกระชับกล้ามเนื้อและไขมันใต้ผิวหนังให้กลับไปยังตำแหน่งที่เหมาะสม โดยทำการกรีดหน้าหูบริเวณไรผมและตัดหนังส่วนเกินออก เพื่อให้ใบหน้ากระชับมากยิ่งขึ้น ดูอ่อนเยาว์ยิ่งขึ้น

ผ่าตัดดึงหน้า คืออะไร

เหมาะกับผู้ที่ต้องการเห็นผลลัพธ์ไว แต่จำเป็นต้องแลกกับการเจ็บตัว การพักฟื้นนาน และมีแผลเป็นบริเวณหน้าหูหรือตามไรผม นอกจากนี้การผ่าตัดดึงหน้ายังไม่สามารถแก้ไขปัญหากระดูกที่ทรุดตัวลงได้ หากมีอายุเพิ่มมากขึ้นโครงสร้างหน้าเปลี่ยนก็จำเป็นต้องใช้เครื่องมืออื่น ๆ เข้ามาช่วยเพื่อให้ได้ผลลัพธ์อย่างเป็นธรรมชาติ เช่น การฉีดฟิลเลอร์ และการฉีดโบท็อก เป็นต้น

ฟิลเลอร์ล็อคหน้าตึง

ฟิลเลอร์ เป็นสารเติมเต็มที่ทำมาจากกรดไฮยาลูโรนิก (Hyaluronic Acid) มีหลากหลายรุ่นให้เลือกใช้ จึงสามารถใช้ฉีดแก้ไขโครงสร้างของใบหน้าที่มีปัญหาได้ ไม่ว่าจะเป็นชั้นผิวหนัง ไขมันชั้นตื้น ไขมันชั้นลึก เส้นเอ็นที่หย่อนคล้อยหรือโครงสร้างกระดูก ฟิลเลอร์สามารถช่วยเติมเต็มร่องลึกใต้ผิวและจุดบกพร่องบนใบหน้ารวมถึงอวัยวะอื่น ๆ เพื่อลดร่องลึก ทำให้ผิวดูอวบอิ่ม ดูอ่อนเยาว์และยกกระชับใบหน้าได้มากขึ้นอีกด้วย 


เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาผิวในทุก ๆ โครงสร้าง ซึ่งระยะเวลาการคงอยู่ของฟิลเลอร์จะขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการใช้ชีวิตของแต่ละบุคคล วิธีการดูแลตัวเอง และยี่ห้อฟิลเลอร์ที่เลือกใช้ค่ะ

โดยการฉีด ฟิลเลอร์ล็อคหน้าตึง ที่ MICHIKO Clinic คุณหมอกิ๊ฟจะทำการวิเคราะห์กายวิภาคของใบหน้าอย่างแม่นยำว่า ทำการฉีดที่จุดไหนบนใบหน้าถึงจะปลอดภัยต่อคนไข้และได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ซึ่งเทคนิคที่คุณหมอกิ๊ฟเลือกใช้จะเป็นการแก้ไขโครงสร้างใบหน้าตามแรงโน้มถ่วงของโลก เปรียบเสมือนการปักหมุดขึงใบหน้าให้ใบหน้ายกแบบเดียวกับการเอามือดึงใบหน้าขึ้นโดยเริ่มจากการแก้ไขใบหน้าส่วนบนก่อนใบหน้าส่วนล่าง และจากใบหน้าด้านนอกเข้าสู่ใบหน้าด้านใน โดยฟิลเลอร์ที่ใช้ล็อคหน้าจะต้องใช้ฟิลเลอร์เนื้อโมเลกุลแข็งเพื่อปรับโครงสร้างและล็อคหน้าในชั้นลึกซึ่งวิธีนี้จะช่วยทำให้ใบหน้ายกกระชับได้อย่างเป็นธรรมชาติมากที่สุด รวมถึงใช้ปริมาณยาน้อยลงด้วยค่ะ

หญิง รฐา

เลือกทำหัตถการแบบไหนก่อนดี?

เนื่องจากฟิลเลอร์เป็นวิธีที่สามารถแก้ไขโครงสร้างได้ทุกจุด ยกเว้นการเก็บริ้วรอยบนใบหน้า คุณหมอกิ๊ฟจึงแนะนำให้ทำการฉีดฟิลเลอร์เพื่อแก้ไขโครงสร้างกระดูกที่เป็นต้นเหตุหลักของการเกิดปัญหาหน้าหย่อนคล้อยก่อนเป็นอันดับแรกค่ะ โดยฟิลเลอร์รุ่นสำหรับการฉีดโครงสร้างกระดูกนั้นจะช่วยทำให้กระดูกที่ยุบตัวลงไปกลับมาหนาตัวและแข็งแรงมากขึ้น จากนั้นจึงค่อย ๆ เก็บรายละเอียดในส่วนอื่น ๆ โดยการใช้ฟิลเลอร์แก้ไขในชั้นโครงสร้างไขมันชั้นลึก ไขมันชั้นตื้น เส้นเอ็นที่หย่อนคล้อย และชั้นผิวหนังตามลำดับ นอกจากนี้การ ใช้ Ultraformer เพื่อช่วยกระตุ้นคอลลาเจนให้ผิวกระชับ และใช้การฉีดโบท็อกเพื่อให้กรอบหน้าชัดก็จะทำให้เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนมากขึ้นอีกด้วย

นอกจากนี้แล้วขั้นตอนท้ายสุด หากต้องการปรับสภาพผิวให้ดูเรียบเนียน เติมน้ำใต้ชั้นผิวและผิวฉ่ำวาวฟิลเลอร์กลุ่มที่ช่วยฟื้นฟูผิว ยังสามารถช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ และยังช่วยลดรอยยับในชั้นผิวหนัง ลดเม็ดสี ได้อีกด้วย ซึ่งการการเลือกใช้ฟิลเลอร์กลุ่มนี้จะอยู่ในสั้นกว่าฟิลเลอร์รุ่นปรับแก้โครงสร้างเนื่องจากโมเลกุลของฟิลเลอร์เบากว่า โดยระยะเวลาผลลัพธ์ของฟิลเลอร์จะขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการใช้ชีวิต รุ่นฟิลเลอร์ที่เลือกใช้ และการทำงานของระบบน้ำย่อยของแต่ละบุคคล หากระบบน้ำย่อยทำงานได้ดีมากจนเกินไปก็จะทำให้ฟิลเลอร์สลายตัวได้เร็วกว่าปกติค่ะ

แก้ไขปัญหาใบหน้าหย่อนคล้อย ไม่กระชับ ที่ไหนดี?

นอกจากการเลือกหัตถการที่ใช้ในการแก้ไขปัญหาใบหน้าหย่อนคล้อย ไม่กระชับแล้ว อีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่สุด คือการเลือกคลินิกหรือสถานประกอบการพยาบาลที่มีความน่าเชื่อถือ ได้มาตรฐานปลอดภัย ได้รับการรับรองจากกระทรวงสาธารณสุข มีแพทย์ที่มีประสบการณ์มีความชำนาญ ใช้อุปกรณ์ที่ได้มาตรฐาน และตัวยาแท้ผ่านอย.ที่สามารถตรวจสอบได้

MICHIKO Clinic นำโดยคุณหมอกิ๊ฟ แพทย์หญิงวิสุทธิยา บุญสม แพทย์เฉพาะทางผู้มีความเชี่ยวชาญด้านการฉีดฟิลเลอร์ปรับรูปหน้าเทคนิคเฉพาะ “Oriental Lifting Technique” และเป็นเจ้าของเทคนิคฟิลเลอร์ล็อคหน้าตึงที่แรกและที่เดียวในประเทศไทย 


โดยในทุกเคสคุณหมอกิ๊ฟจะสอบถามความกังวล และวิเคราะห์ปัญหาของรูปหน้า มองภาพรวมของใบหน้า ดีไซน์แก้ไขโดยเน้นการปรับรูปหน้าที่ดูสวยงามเป็นธรรมชาติ และแก้ไขปัญหาในระดับโครงสร้างของใบหน้า เพื่อผลลัพธ์ที่ยั่งยืน และตรงกับความต้องการของคนไข้มากที่สุดค่ะ

คุณหมอกิ๊ฟ จบการศึกษาเฉพาะทางจาก American Board of Aesthetic Medicine จากประเทศสหรัฐอเมริกา และหลักสูตรผิวหนังและเลเซอร์ผิวหนัง (Diploma Course in Dermatology and Dermatosurgery) จากสถาบันโรคผิวหนังประเทศไทย ร่วมกับมหาวิทยาลัยจุนเทนโด ประเทศญี่ปุ่น

 

คุณหมอกิ๊ฟมีประสบการณ์ด้านความงาม เคยประจำอยู่ที่โรงพยาบาล และคลินิกชั้นนำมามากกว่า 12 ปี ดูแลคนไข้มามากกว่า 10,000 เคส คุณหมอมีความใส่ใจและดูแลคนไข้ทุกคนเป็นอย่างดี คุณหมอตั้งใจในการเลือกผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่ดีที่สุด เพื่อนำเข้ามาใช้ในคลินิกเป็นอย่างมาก ทุก ๆ ผลิตภัณฑ์ จะต้องได้มาตรฐาน เห็นผลลัพธ์ที่ดี และที่สำคัญคือมีความปลอดภัย

 

หลักการดูแลคนไข้ที่คุณหมอกิ๊ฟมักจะพูดอยู่เสมอ คือ “หมอตั้งใจดูแลคนไข้ทุกคนให้เหมือนกับที่หมอดูแลตัวเองและคนในครอบครัวที่หมอรัก สิ่งใดที่หมอคิดว่าดีกับตัวเอง คนไข้ของหมอก็จะต้องได้รับสิ่งนั้นเช่นเดียวกันค่ะ”

Leave a Reply